ทำไมต้องโทษแต่ผู้ชายว่าเป็นฝ่ายล่วงละเมิดทางเพศฝ่ายหญิง ในเมื่อฝ่ายหญิงเองก็ยินยอม การตั้งข้อสังเกตนี้น่าสนใจและสะท้อนปัญหาที่สั่งสมมานานของสังคมไทย
โดยหลักการพื้นฐานการยินยอม ต้องเกิดขึ้นด้วยความสมัครใจ ชัดเจน แต่การยินยอมนั้นก็สามารถถอดถอนได้และมีระดับความยินยอม การที่ฝ่ายหญิงยินยอมเข้าห้อง หรือยอมรับความสัมพันธ์ในระดับหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่ายินยอมต่อการกระทำทุกรูปแบบ
การฝืนเมื่ออีกฝ่ายปฏิเสธ หรือการใช้ความเมาเพื่อฉวยโอกาส ถือเป็นการละเมิดสิทธิและข้ามขอบเขตความยินยอม ซึ่งเข้าข่ายการล่วงละเมิดทางเพศ ไม่ใช่เพียงเรื่องเปลี่ยนใจทีหลัง
ความเป็นผู้นำ วัยวุฒิ หรือสถานะทางการเมือง กลายเป็นอำนาจแฝงที่อาจถูกนำมาใช้ครอบงำ ล่อลวง หรือสร้างภาวะยากที่จะปฏิเสธ
การหยิบยกคุณค่าของบุคคล เช่น การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย การติดคุก หรือการยึดมั่นในอุดมการณ์ ความดีความชอบในการสู้กับอำนาจรัฐ เป็นเรื่องจริง แต่ในมิติจริยธรรม การเป็นนักต่อสู้ทางการเมืองไม่ใช่อภิสิทธิ์ชนที่จะทำให้พ้นผิด เมื่อใช้อำนาจหรือชื่อเสียงไปละเมิดผู้อื่น
อุดมการณ์ประชาธิปไตยต้องดำเนินไปพร้อมกับการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคนอย่างแท้จริง ทั้งนี้หมายรวมถึงทุกเพศสภาพและอัตลักษณ์
ดังจะเห็นได้ว่ามีความพยายามนำภาพผู้เสียหายออกมาเปิดเผยเพื่อให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์ และเป็นการเบลมเหยื่อ ยิ่งไม่ใช่วิถีแห่งประชาธิปไตย ควรละอายและหยุดเบี่ยงเบนประเด็นเพื่อแบกพวกพ้องเสียเถอะ
#บทบรรณาธิการ #ทำไมต้องโทษแต่ผู้ชาย #ความยินยอม #Consent #เบลมเหยื่อ #หยุดเบลมเหยื่อ #สิทธิมนุษยชน #ประเด็นร้อน #ข่าวไวรัล #นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย








