ความรู้สึกเหลื่อมล้ำเวลาเข้ารับบริการทางการแพทย์ของผู้ประกันตน ส่วนใหญ่มักจะมีข้อกังขาว่า ได้รับบริการแบบขอไปที หรือหลีกเลี่ยงการวินิจฉัยโรคร้ายแรงเพื่อประหยัดงบประมาณ ทั้งที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบประกันสังคมแม้ในยามที่ไม่ได้ป่วยไข้ สะสมไว้เพื่อใช้ยามจำเป็น
ต้นตอของความรู้สึกว่าแพทย์ในระบบประกันสังคมดูแลไม่เต็มที่ นอกจากความเคลือบแคลงในตัวบุคลากรหรืออุดมการณ์ของแพทย์แล้ว โรงพยาบาลคู่สัญญาได้กำหนดโครงสร้างที่สร้างแรงกดดันให้แพทย์ เช่น ต้องรองรับผู้ป่วยเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ทำให้บีบเวลาในการตรวจและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยน้อยลง ส่งผลต่อการวินิจฉัยโรคและการรักษาที่แม่นยำ หรืออาจต้องระมัดระวังการใช้ทรัพยากรหรือไม่
ในทางกลับกัน ระบบประกันสุขภาพภาคเอกชนก็นำไปสู่อีกหนึ่งของปัญหา เมื่อทุกการตรวจและการรักษาสามารถเบิกจ่ายได้ตามจริง โรงพยาบาลบางแห่งมักเสนอเทคโนโลยีการตรวจที่แพงที่สุด สั่งยาเกรดสูงสุด หรือเสนอการนอนโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น เพื่อดึงงบประมาณให้เต็มวงเงินกรมธรรม์
ปรากฏการณ์การรักษาเกินความจำเป็นนี้ นอกจากจะทำให้เบี้ยประกันสุขภาพในภาพรวมปรับตัวสูงขึ้นทุกปีจนกลายเป็นภาระหนักของประชาชน ในมุมทางการแพทย์ การได้รับการตรวจสแกนหรือสารเคมีที่เกินพอดีก็ส่งผลเสียต่อร่างกายของผู้ป่วยโดยไม่จำเป็นเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้คาดหวังให้ "มาตรฐานการรักษา" ในระบบประกันสังคมเทียบเท่าหรืออยู่ในมาตรฐานเดียวกับระบบประกันสุขภาพภาคเอกชน แต่จะต้องมีกลไกกำกับการตรวจวินิจฉัยโรคร้ายแรงระยะเริ่มต้น ที่มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดกับโรงพยาบาลคู่สัญญา เพื่อลดความเสี่ยงให้ผู้ป่วยที่เดินเข้าโรงพยาบาลด้วยสิทธิประกันสังคม และได้รับบริการอย่างมีศักดิ์ศรี
#บทบรรณาธิการ #ประกันสังคม #สิทธิประกันสังคม #ประกันสุขภาพ #รักษาพยาบาล #ความเหลื่อมล้ำ #สุขภาพ #ข่าววันนี้








