ต้องกลับมาจับตาอีกครั้ง สำหรับสถานการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชา หลังมีความเคลื่อนไหว “หยั่งเชิง" ไทยหลายกระบวนท่า ไม่ว่าจะเป็นกรณี “ลุงโยชน์” หรือล่าสุดที่เอารถไถเข้ามารุกล้ำอธิปไตย
ไล่มาตั้งแต่กรณี ลุงโยชน์ สายน้อย ชาวสุรินทร์ หายตัวไปขณะหาของป่าตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2569 จนวันที่ 10–11 พฤษภาคม ยืนยันว่าถูกทหารกัมพูชาจับขังที่เรือนจำอุดรมีชัย ก่อนที่กองทัพภาคที่ 2 ใช้กลไก RBC ร่วมกับกงสุลเสียมราฐ เจรจาจนกัมพูชายอมปล่อยตัว กลับไทยปลอดภัยในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 โดย "ไม่มีเงื่อนไขแลกเปลี่ยนใด ๆ"
ต่อมาก็มีไอโอข่าวปลอมคลิปเสียง AI นายกฯ สั่งเปิดด่าน ทั้งที่มีการปิดด่านถาวรมาตั้งแต่ปี 2568 โดยในคลิปเสียง อ้างเป็นนายกฯ สั่งเปิดด่านต้นมิถุนายน จนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้อออกมายืนยันว่า เป็นข่าวปลอม ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงย้ำชัดว่า "ยังไม่มีนโยบายเปิดด่านสัญจรตามปกติ"
และเสียงปืนเล็กดังจากทหารกัมพูชาที่โอลด์เสม็ดและช่องจอม กระทั่งล่าสุด ที่บ้านอ่างศิลา ต.โนนหมากหมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว มีชาวกัมพูชานำรถไถรุกล้ำเส้นสีแดงเข้ามาทำประโยชน์ โดยมีทหารกัมพูชาหนุนหลัง
กรณีล่าสุด นี่เรามองอย่างไรก็ไม่ใช่แค่ข้อพิพาทแย่งที่ทำกินของชาวบ้าน แต่คือการทดสอบปฏิกิริยาตอบโต้ของฝั่งไทย
อย่างไรก็ตาม จากการปะทะหลายครั้งที่ผ่านมา จะสังเกตได้ว่าการที่กัมพูชาเริ่มเปิดเกมยั่วยุในแต่ละครั้ง สะท้อนถึงการพร้อมรบตามยุทธศาสตร์ของกัมพูชา ที่ชอบเล่นบทเหยื่อและคนตัวเล็ก ที่ถูกรังแก ซึ่งมักเปิดเกมยัวยุให้ไทยตอบโต้ ในฐานะประเทศใหญ่กว่าเพื่อยัดเยียดบทผู้ร้ายให้กับไทย
#บทบรรณาธิการ#ไทยกัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา #ความมั่นคง #กองทัพภาคที่2 #กองทัพเรือ #นาวิกโยธิน #เล่นบทเหยื่อ #โอลด์เสม็ด #ช่องจอม #ฮุนเซน #การเมือง #ต่างประเทศ #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #Siamrath #สยามรัฐ








