วันที่ 13 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศในพื้นที่หมู่บ้านชายแดนไทย-กัมพูชา หลังพบว่า ทหารกัมพูชามีการเสริมกำลังและเคลื่อนไหวตลอดแนวชายแดน อย่างมีนัยยะ ทำให้ฝ่ายความมั่นคงไทยต้องจับตาและเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ประชาชนในพื้นที่ชายแดน ก็ยังคงดำเนินชีวิตตามปกติ อย่างไม่ตื่นตระหนก และต้องตื่นตัวเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ ขณะที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านตาตุม ต.ตาตุม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ก็มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอยู่ตลอดเวลา และไม่ประมาท หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น ครูและนักเรียนก็สามารถหลบเข้าบังเกอร์ภายในโรงเรียนได้ทันที
ส.ต.อ.หญิงพิมล ทวีเลิศ ครูโรงเรียน ตชด.บ้านตาแตรว กล่าวว่า ยังมีความกังวลเรื่องสถานการณ์ชายแดน 50/50 แม้จะมีความกังวลอยู่ในใจลึกๆแต่ก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น อยากให้นักเรียนได้เรียนปกติ แต่ก็มีความพร้อมตลอดเวลา มีแผนการณ์อพยพและรับมือกับสถานการณ์ทุกเมื่อ
ด้านนางนิลุบล ฤทธิ์ภักดี อายุ 55 ปี ชาวบ้านบ้านตาเมา หมู่ที่ 2 ต.ตาตุม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ กล่าวว่า เขมรยั่วยุบ่อย ตนว่าเขมรพยายามทำให้เราเหลืออด แต่ทหารไทยมีความอดทนสูงมาก เขาพยายามยั่งยุเพื่อให้เกิดการปะทะกันรอบที่ 3 ตนคิดว่าน่าจะมีรอบ 3 รู้สึกระแวงและเตรียมเสื้อผ้าและกระเป๋าไว้ตลอด 24 ช.ม.ต้องอพยพลำบากอีก แต่ปัญหาตอนเกิดเหตุ อพยพพร้อมกันจะทำให้รถติด ออกยากมาก จะแก้ปัญหาตรงนี้ได้อย่างไร ต่างคนต่างรีบอพยพหนี ประสบอุบัติเหตุตามทางก็มี จะอพยพล่วงหน้าเราก็ไม่รู้จะยิงกันตอนไหนไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ฝากรัฐบาลช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วยจะแก้ปัญหาอย่างไร ที่จะไม่ให้มีรอบ 3 ให้จบเร็วๆชาวบ้าน ทำมาหากินอย่างระแวง ทั้งกรีดยางก็ต้องทิ้งไป หากเกิดเหตุการณ์ขึ้น แต่ก็จำเป็นต้องไปกรีดยาง มีค่าใช้จ่ายอีกทั้งต้องส่งลูกเรียนหนังสือ ชาวบ้านกล่าว
ขณะที่บรรยากาศบริเวณตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง เป็นไปอย่างเงียบเหงา แม้จะมีร้านค้าคนไทยยังเปิดค้าขายอยู่ แต่พบว่าซบเซาไร้ผู้คนและนักท่องเที่ยวเข้ามาร่วม 1 ปีแล้ว ที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ประตูด่านชายแดน จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ก็ยังคงปิดตายสนิท ท่ามกลางสถานการณ์ที่คลุมเครือและไม่อาจคาดเดา








