กรณีมีมวลชนและพรรคประชาชนเรียกร้องให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ในหลายพื้นที่ เนื่องจากพบความผิดปกติหรือ "คะแนนเขย่ง" ใน 18 เขตเลือกตั้ง เช่น ชลบุรี เขต 1 และขอนแก่น เขต 3 นำไปสู่คำถามสำคัญที่สังคมกำลังจับตาว่า แล้วคะแนนประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จัดขึ้นในวันเดียวกันนั้น ควรถูกนับใหม่เพื่อความโปร่งใสด้วยหรือไม่
ซึ่งหากพิจารณาจากความเชื่อมโยงของกระบวนการจะพบว่า ทั้งการเลือกตั้ง สส. และการลงประชามติเกิดขึ้นพร้อมกัน ภายใต้การจัดการของกรรมการประจำหน่วยชุดเดียวกัน และใช้สถานที่นับคะแนนเดียวกัน ดังนั้นหากมีความผิดปกติที่เกิดจากคนหรือระบบ จนทำให้จำนวนบัตรไม่ตรงกับผู้มาใช้สิทธิ ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่าความน่าเชื่อถือของการนับคะแนนประชามติในหน่วยนั้นๆ ก็ย่อมถูกสั่นคลอนไปด้วย ในฐานะความโปร่งใสแบบแพ็กเกจที่ไม่อาจแยกส่วนได้
ทำไมมวลชนและพรรคประชาชนจึงไม่สงสัยต่อการนับคะแนนประชามติ เป็นความย้อนแย้งที่น่าสนใจว่าเหตุใดจึงเชื่อมั่นในกระบวนการ ทั้งที่ต้องพิจารณาทั้งเรื่องความเชื่อมั่นในระบบ เพื่อยืนยันว่าเจตจำนงของประชาชนต่อกฎหมายสูงสุดถูกสะท้อนออกมาอย่างถูกต้องที่สุด รวมถึงการรักษามาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบ เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ และยังเป็นการตรวจสอบไขว้ที่ช่วยให้เห็นภาพรวมของบัตรเขย่งได้ชัดเจนขึ้น
แม้จะมีข้อโต้แย้งเรื่องงบประมาณ ระยะเวลา หรือผลลัพธ์ที่เป็นเอกฉันท์ไปแล้วก็ตาม แต่เพื่อความสง่างามของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ต้องการความชอบธรรมทางประชาธิปไตยสูงสุด กกต. ควรพิจารณาเปิดเผยคะแนนดิบรายหน่วยในรูปแบบดิจิทัล และหากหน่วยใดพบความคลาดเคลื่อนอย่างมีนัยสำคัญ ก็ควรนับใหม่ทั้งสองส่วนเพื่อล้างข้อครหา
เพราะการเรียกร้องตรวจสอบครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของพรรคการเมือง แต่คือการปกป้องอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญของประชาชนทุกคน ให้มั่นใจว่าทุกเสียงที่ลงไปนั้น ถูกนับอย่างซื่อตรงจริงๆ
#พรรคประชาชน #นับคะแนนใหม่ #เลือกตั้ง69 #ประชามติ #รัฐธรรมนูญใหม่ #กกต #ความโปร่งใส







