สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยมีบทบาทสำคัญในการสืบสานสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศมาอย่างยาวนาน ในรัชสมัยปัจจุบัน พระราชกรณียกิจด้านการต่างประเทศยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง ภายใต้พระราชปณิธาน "สืบสาน รักษา ต่อยอด" เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจ และต่อยอดความร่วมมือกับนานาอารยประเทศ อันนำไปสู่ประโยชน์ร่วมกันในหลากหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพัฒนาที่ยั่งยืน
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 พสกนิกรชาวไทยต่างพร้อมใจกันน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชน ทั้งด้านการพัฒนาภายในประเทศและการธำรงบทบาทของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ
ภูฏาน : จุดเริ่มต้นของการเสด็จเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการในรัชสมัย
หนึ่งในพระราชกรณียกิจที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ คือ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 25–28 เมษายน 2568 ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก
การเสด็จเยือนครั้งนี้นับเป็น การเสด็จเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังเสด็จขึ้นครองราชย์ และเป็นครั้งแรกที่พระมหากษัตริย์ไทยที่ครองราชย์เสด็จเยือนภูฏานอย่างเป็นทางการ สะท้อนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างราชวงศ์และประชาชนของทั้งสองประเทศ ซึ่งมีรากฐานจากพระพุทธศาสนาและความเคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ร่วมกัน
นอกจากพระราชพิธีและการเข้าเฝ้าฯ ระหว่างสองราชวงศ์แล้ว ทั้งสองฝ่ายยังได้ติดตามความร่วมมือด้านการเกษตรตามแนวพระราชดำริ การศึกษา สาธารณสุข การท่องเที่ยว และการพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นสาขาที่ไทยและภูฏานร่วมมือกันมาอย่างต่อเนื่อง
จีน : ยกระดับมิตรภาพครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต
อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญคือ การเสด็จเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 2568 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน
การเสด็จเยือนครั้งนี้ถือเป็น ครั้งแรกที่พระมหากษัตริย์ไทยที่ครองราชย์เสด็จเยือนจีนอย่างเป็นทางการ และสะท้อนความสำคัญของความสัมพันธ์ไทย–จีนในฐานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่มีความร่วมมือรอบด้าน ทั้งการค้า การลงทุน ระบบราง เทคโนโลยี การเกษตร และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เพื่อความร่วมมือในอนาคต โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และผู้นำจีน ได้ให้การต้อนรับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
สวีเดน : สะท้อนสายสัมพันธ์ราชวงศ์ไทย–ยุโรป
ในปี 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือน ราชอาณาจักรสวีเดน ตามคำเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ เพื่อร่วมพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา
แม้การเสด็จครั้งนี้จะเป็นการร่วมพระราชพิธี มิใช่รัฐพิธีเยือนอย่างเป็นทางการ แต่มีความหมายเชิงการทูตอย่างยิ่ง เพราะสะท้อนความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างราชวงศ์ไทยกับราชวงศ์สวีเดน ซึ่งสืบเนื่องมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศยุโรปในมิติการเมือง เศรษฐกิจ นวัตกรรม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
นอกเหนือจากการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการต่างประเทศผ่านการพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ประมุขแห่งรัฐ พระมหากษัตริย์ พระราชวงศ์ และผู้นำจากนานาประเทศเข้าเฝ้าฯ ในโอกาสเยือนประเทศไทย ตลอดจนการแลกเปลี่ยนพระราชสาส์นและสารอำนวยพรในวาระสำคัญ ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการธำรงสัมพันธไมตรีและเสริมสร้างความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ
พระราชกรณียกิจเหล่านี้มีส่วนสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถรักษาความสัมพันธ์อันดีกับประเทศคู่มิตรในทุกภูมิภาคของโลก พร้อมทั้งต่อยอดความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา การแพทย์ นวัตกรรม และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
พระราชกรณียกิจด้านการต่างประเทศตลอดรัชสมัย นับเป็นภาพสะท้อนแห่งพระวิสัยทัศน์และพระปรีชาสามารถในการธำรงพระราชไมตรีกับนานาประเทศ สืบสานบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเชื่อมมิตรภาพระหว่างประชาคมโลก อันนำมาซึ่งความไว้วางใจ ความร่วมมือ และโอกาสในการพัฒนาประเทศในทุกมิติ พร้อมทั้งเสริมสร้างเกียรติภูมิของประเทศไทยบนเวทีนานาชาติอย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชนสืบไป.








