เมื่อ “หัวหน้ารัฐบาล” ประกาศเตรียม “ประเมินผลงาน” บรรดา “รัฐมนตรี” ว่าใครจะผ่าน KPI หรือไม่ ตั้งแต่ก่อน “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่รัสเซีย จนล่าสุดแลนด์ดิ้ง ถึงเมืองไทยตั้งแต่เช้าวันนี้
นายกฯอนุทิน ต้องคำถามสื่ออีกครั้งเรื่องการวัดผลงานรัฐมนตรี ว่าจะเน้นเฉพาะพรรคภูมิใจไทย ไม่ไปก้าวก่ายถึงพรรคร่วมรัฐบาล
“ รัฐมนตรีมีหน้าที่บริหารประเทศ ฉะนั้นจะต้องมีการประเมิน ผลการดำเนินงาน การทำงานของเขาอยู่แล้ว ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ที่ผมดูแลอยู่ก็เป็นไปตามข่าว ทุกคนต้องทำงานทุ่มเททุกอย่างให้กับรัฐบาล ประเทศและประชาชน ตรงนี้ไม่ต้องวัด KPI เพราะมีแต่ API หรือ อนุทิน PI”
และเมื่อหัวหน้ารัฐบาล ส่งสัญญาณว่าจะประเมินผลงานรัฐมนตรี ในโควตาพรรคภูมิใจไทย ทำให้หลายคนมองยาวต่อไปว่า แล้ว “ ใคร” บ้างที่จะไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินจาก “อนุทินPI”
จะเป็นรัฐมนตรีในชุด “ดรีมทีม” 3 คนที่จาก “คนนอก”ทั้ง “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯและรมว.คลัง , สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ รวมทั้ง ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ที่กำลังถูกจับตาว่าระยะหลัง “บทบาท” ไม่โดดเด่นเหมือนเมื่อคราวเปิดตัว “ซุปเปอร์จี” ตอนตั้งรัฐบาลใหม่ ๆ
แต่อย่าลืมว่า รัฐมนตรีที่มาจากคนนอกทั้ง 3 คนนี้ล้วนแล้วแต่มาโดยวิธีพิเศษ บ้างก็ว่า นายกฯอนุทิน ไปเชื้อเชิญมา แต่อีกด้านหนึ่งชี้เบาะแสว่า มีคนที่สำคัญกว่านายกฯอนุทินมีส่วนทำให้ทั้งสาม ต้องตัดสินใจมาช่วยรัฐบาล “ภูมิใจไทย”
การประเมินผลงานรัฐมนตรีของนายกฯอนุทิน อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอย่าลืมว่า “อำนาจ” ที่มีอยู่ในมือนั้น ไม่ได้ “เบ็ดเสร็จเด็ดขาด” อย่างแท้จริง เพราะคนที่จะประเมิน ตัวจริงนั้นอาจอยู่ที่ “ครูใหญ่เนวิน” แห่งบุรีรัมย์
นอกจากนี้อย่าลืมว่า เมื่อพรรคภูมิใจไทยเติบโต ชนิดก้าวกระโดด และเต็มไปด้วยกลุ่มการเมือง “บ้านใหญ่-บ้านเล็ก-บ้านใหม่” การจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี จึงต้องเป็นไปเพื่อการบริหารจัดการในเชิง “การเมือง” เกลี่ยประโยชน์ และความพึงพอใจให้ลงตัวมากที่สุด
ในมุมมองของนักวิเคราะห์ทางการเมือง อย่าง “เทพไท เสนพงศ์” ประเมินว่างานนี้จะมี “2 กลุ่ม” ที่ได้รับแรงสั่นสะเทือน และเสี่ยงที่จะถูกปรับออก นั่นคือ กลุ่มแรก คือกลุ่มรัฐมนตรีลูกเทพ-ลูกบังเกิดเกล้า กลุ่ม2 คือกลุ่มเทคโนแครต คือรัฐมนตรีคนนอกคือ “เอกนิติ -ศุภจี-สีหศักดิ์”
อย่างไรก็ดี อย่าลืมว่า ข้อจำกัดของพรรคภูมิใจไทย คือการบริหารคะแนนความนิยม ผ่านผลงานรัฐบาล ไปพร้อมๆกันการรักษาความยิ่งใหญ่ของพรรคที่ประกอบด้วยกลุ่มการเมือง ทั้ง กลุ่มเก่าของพรรค กับกลุ่มที่มาใหม่ ให้เกิดความขัดแย้งให้น้อยที่สุด
ดังนั้นการปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นของพรรคภูมิใจไทย จะต้องไม่สร้างปัญหาเพิ่ม เว้นแต่ว่าจะต้องเป็น "ไฟวท์บังคับ" ปรับเปลี่ยน เพื่อ “เรียกคะแนนนิยม” ในจังหวะที่ พรรคสีน้ำเงิน โดนถล่ม จากทุกทิศ ทุกทาง หลังเข้ามาบริหารประเทศไปได้เพียง 2เดือนเท่านั้น !








