ดร.ศรีวรรณ พูลต่าย ศูนย์บริการสื่อและสิ่งพิมพ์กราฟฟิคไซท์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำเสนอบทความเรื่อง “ใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ในยุคควอนตัม” ความว่า โลกที่หมุนเร็วเกินกว่าจะใช้สูตรสำเร็จเดิม ๆ เหตุการณ์เล็ก ๆ อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหญ่ สิ่งที่ดูเป็นไปไม่ได้ในวันนี้อาจกลายเป็นเรื่องปกติในวันหน้า และสิ่งที่เราเคยมั่นใจ อาจต้องถูกทบทวนใหม่เมื่อบริบทของโลกเปลี่ยนไป การมองชีวิตผ่านสายตาแบบควอนตัมคือ การฝึกมองโลกอย่างเปิดกว้าง ยืดหยุ่น และพร้อมรับมือกับสิ่งที่ยังไม่ปรากฏ
การใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ในยุคควอนตัม คงจะไม่ใช่การใช้ชีวิตหรูหรา ฉูดฉาด หรือแตกต่างเพียงเพื่อให้ใครมองเห็น แต่คือ การใช้ชีวิตอย่างรู้เท่าทันโลก รู้เท่าทันใจตนเอง กล้ารับความไม่แน่นอน และยังสามารถเลือกท่าทีที่งดงามต่อชีวิตได้ แม้โลกจะไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ก็ตาม
ที่ผ่านมา หลายคนอาจเติบโตมากับความเชื่อว่า หากวางแผนดี ตั้งใจมากพอ และเดินตามลำดับขั้นอย่างถูกต้อง ชีวิตย่อมพาเราไปสู่ผลลัพธ์ที่คาดหวัง แต่ประสบการณ์ของโลกยุคใหม่ทำให้เห็นว่า เส้นทางชีวิตไม่ได้เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบเสมอไป เหตุการณ์ที่ไม่อยู่ในแผนอาจแทรกเข้ามาได้ทุกเมื่อ วิกฤตสุขภาพระดับโลกอาจเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนทั้งโลก ภาวะอากาศสุดขั้วอาจทำให้พื้นที่ที่เคยปลอดภัยกลายเป็นพื้นที่เสี่ยง เทคโนโลยีอาจเปลี่ยนวิธีทำงานภายในเวลาไม่นาน และความก้าวหน้าทางการแพทย์อาจพลิกความหวังของผู้ป่วยจากที่เคยมืดมนให้กลับมามีแสงสว่างอีกครั้ง
ด้านลบของยุคควอนตัมคือ ความไม่แน่นอน ความคลุมเครือ และความเปราะบางที่เพิ่มขึ้น เราอาจรู้สึกว่าพื้นดินใต้เท้าไม่มั่นคงเหมือนเดิม สิ่งที่เคยเชื่อมั่นอาจถูกท้าทาย สิ่งที่เคยควบคุมได้อาจหลุดจากมือ ข้อมูลจำนวนมหาศาลทำให้เรารู้มากขึ้น แต่ก็อาจสับสนมากขึ้น ข่าวสารรวดเร็วทำให้เราทันโลก แต่ก็อาจทำให้ใจเหนื่อยล้า วิตกกังวล และหวาดกลัวอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
อย่างไรก็ตาม ด้านบวกของยุคควอนตัมก็งดงามไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยความเป็นไปได้ สิ่งใหม่ ๆ ก็อาจเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน ยารักษาโรคใหม่อาจช่วยชีวิตผู้คนจำนวนมาก เทคโนโลยีทางการแพทย์อาจทำให้โรคร้ายบางชนิดกลายเป็นโรคที่ดูแลได้ ปัญญาประดิษฐ์อาจช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อน เปิดโอกาสให้มนุษย์ใช้เวลากับความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น พลังงานสะอาดอาจเปลี่ยนวิถีการผลิตและการใช้ชีวิต เมืองอาจถูกออกแบบให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าเดิม และมนุษย์อาจค้นพบวิธีอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างอ่อนโยนขึ้น
ดังนั้น การใช้ชีวิตในยุคควอนตัมจึงไม่ใช่การมองโลกในแง่ดีจนละเลยความจริง และไม่ใช่การมองโลกในแง่ร้ายจนหมดพลัง แต่คือการมองโลกอย่างครบด้าน เห็นทั้งแสงและเงา เห็นทั้งความเสี่ยงและโอกาส เห็นทั้งความเปราะบางของชีวิตและพลังในการเริ่มต้นใหม่
หัวใจสำคัญคือ “สติ” เพราะสติทำให้เราไม่ถูกความไม่แน่นอนลากไปจนเสียศูนย์ เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด สติช่วยให้เราหยุดก่อนตัดสินใจ หายใจก่อนตอบโต้ และมองสถานการณ์ตามจริง ไม่ขยายความกลัวให้ใหญ่กว่าความจริง ไม่ลดทอนปัญหาให้เล็กเกินกว่าที่ควรระวัง สติไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไปทันที แต่ทำให้เราไม่กลายเป็นส่วนหนึ่งของความปั่นป่วน
อีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นคือ “ใจ” ที่มั่นคงแต่ไม่แข็งกระด้าง ใจที่มั่นคงคือใจที่ยอมรับว่าโลกไม่แน่นอน แต่ไม่จำเป็นต้องหวั่นไหวไปกับทุกความเปลี่ยนแปลง ใจที่ไม่แข็งกระด้างคือใจที่พร้อมเรียนรู้ พร้อมปรับตัว และพร้อมปล่อยวางความคิดเดิมเมื่อข้อมูลใหม่ปรากฏ คนที่มีใจเช่นนี้จะไม่ยึดติดกับคำตอบเดียว ไม่ด่วนสรุปว่าความล้มเหลวคือจุดจบ และไม่ตีตราความผิดพลาดว่าเป็นความพ่ายแพ้ถาวร
การใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ในยุคควอนตัม จึงอาจเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น วางแผนชีวิตแต่เผื่อพื้นที่ให้ความเปลี่ยนแปลง ตั้งเป้าหมายแต่ไม่ผูกคุณค่าของตนเองไว้กับผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว เรียนรู้ทักษะใหม่โดยไม่ดูถูกประสบการณ์เดิม ใช้เทคโนโลยีอย่างฉลาดแต่ไม่ปล่อยให้เทคโนโลยีครอบงำใจ ดูแลสุขภาพกายให้พร้อม และดูแลสุขภาพใจให้มีพื้นที่พัก
ในโลกที่โรคใหม่อาจเกิดขึ้น เราควรรักษาสุขอนามัยและติดตามข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณ ในโลกที่ภัยพิบัติอาจรุนแรงขึ้น เราควรใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบและเตรียมพร้อมอย่างไม่ตื่นตระหนก ในโลกที่ยารักษาโรคใหม่อาจเกิดขึ้น เราควรเปิดรับความหวังทางวิทยาศาสตร์ แต่ไม่หลงเชื่อทุกคำโฆษณาโดยไม่ตรวจสอบ ในโลกที่งานอาจเปลี่ยนรูปแบบ เราควรพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ลืมรักษาความเป็นมนุษย์ ความเมตตา และความสัมพันธ์ที่มีความหมาย
ยุคควอนตัมสอนเราว่า ชีวิตไม่ได้มีเพียงทางเดียว อนาคตไม่ได้มีเพียงฉากเดียว และตัวเราเองก็ไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นแบบเดิมตลอดไป เราอาจเปราะบางได้ แต่ก็ฟื้นตัวได้ เราอาจกลัวได้ แต่ก็เดินต่อได้ เราอาจไม่รู้คำตอบทั้งหมด แต่ยังเลือกท่าทีที่งดงามต่อความไม่รู้ได้
การใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ในยุคควอนตัม คือการใช้ชีวิตเต็มที่แต่ไม่ประมาท มีความหวังแต่ไม่หลงลืมความจริง ระมัดระวังแต่ไม่ปล่อยให้ความกลัวขโมยความสุข และเปิดใจรับความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ด้วยสติที่ตั้งมั่น ใจที่อ่อนโยน และความกล้าที่จะเติบโตไปพร้อมกับโลกที่ไม่มีวันหยุดเปลี่ยนแปลง








