จู่ๆ พรรคภูมิใจไทย มีมติออกมาเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 69 ให้สมาชิกพรรคต้อง “ถอนชื่อ” ออกจากการลงนามสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ “ฉบับพรรคเพื่อไทย” ทั้งที่ตามกำหนดการเดิม วันนี้ 4 มิ.ย. พรรคเพื่อไทย เตรียมยื่นร่างฯ ของพรรคต่อประธานรัฐสภา
เท่ากับว่า มติของภูมิใจไทย ออกมา “เบรกกะทันหัน” เหมือน “ไม่ไว้ไมตรี” กับพรรคเพื่อไทย ทั้งที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล อยู่ในครม.ด้วยกันเอง
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. “จาตุรนต์ ฉายแสง” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เพิ่งออกมาขอบคุณ สส.จาก “7 พรรค” รวม 189 เสียงที่ร่วมลงชื่อ หนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของเพื่อไทย
ปรากฏว่าวันที่ 3 มิ.ย. “แนน บุณย์ธิดา สมชัย” รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงมติพรรค ให้สมาชิกที่ไปร่วมลงชื่อให้กับร่างของพรรคร่วมรัฐบาล คือร่างของพรรคเพื่อไทยนั้น “ถอนชื่อ” ออก โดยให้เหตุผลว่า “เกรงว่าเนื้อหาจะขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ”
แน่นอนว่ามติของภูมิใจไทย ทำเอา เพื่อไทยอยู่ในอาการ “รวน” ทันที !! แม้ "จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์" รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค ออกมาบอกกับสื่อว่าไม่ได้เซอร์ไพรส์ต่อมติของพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากพอรู้อยู่แล้ว
เหตุผลของพรรคภูมิใจไทย ที่อ้างว่า ร่างแก้ไขฯของพรรคเพื่อไทย อาจไปขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีไว้ ว่า ห้ามมิให้ประชาชน เลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่ตามสูตรที่มาของส.ส.ร. พรรคเพื่อไทย นั้นพรรคภูมิใจไทยเห็นว่า ได้ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ “ต้นน้ำ” ก่อนที่จะให้สภาฯเป็นคนเลือก
ล่าสุด พรรคภูมิใจไทยส่ง “นิกร จำนง” มือกฎหมายของพรรคออกมาร่ายยาวแจงยิบ ถึงสาเหตุที่ทำให้พรรคสีน้ำเงินไม่กล้าสังฆกรรมหนุนร่างฯของพรรคเพื่อไทยได้ ก็ตาม แต่กลับพบว่าในมิติทางการเมืองแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่า พรรคเพื่อไทย กำลังเป็นฝ่าย “ถูกบี้” อยู่หรือไม่
“ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รองนายกฯและรมว.อุดมศึกษาฯ ในฐานะเบอร์หนึ่งของพรรคเวลานี้ ตอบคำถามสื่อยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่กระทบต่อ “ความสัมพันธ์” ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันแน่นอน เพราะเป็นเรื่องของสภาฯ ไม่ใช่เรื่องของครม.
ปรากฎการณ์ทางการเมืองที่ทับซ้อน ในการวาระแก้รัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทยโดน “หัก” ครั้งนี้กำลังถูกจับตาว่า บทบาทและท่าทีของพรรคจะเดินต่อไปอย่างไร จะถึงขั้น “เจ็บใจ” จนต้อง “ถอนตัว”จากการร่วมรัฐบาล เลยก็ดูจะเป็นเรื่องยาก และคงไม่มีใครทำ เพราะเมื่อพรรคเพื่อไทย ออกเมื่อใด “58 สส.” ของ “พรรคกล้าธรรม” ก็พร้อมเสียบแทนทันที
สถานการณ์เช่นนี้ สำหรับพรรคเพื่อไทยแล้วต้องถือว่า “ยากลำบาก” ไม่น้อย เพราะเท่ากับว่า โดนหักกันชนิด “ซึ่งหน้า” โดยที่ร่างฯของพรรค ยังไปไม่ถึงมือ “ประธานสภาฯ” ด้วยซ้ำ แต่อย่าลืมว่า วันนี้ ของพรรคเพื่อไทย ไม่ได้อยู่ในฐานะถือ “อำนาจต่อรอง” เหนือกว่าแต่อย่างใด การอยู่อย่าง “กลืนเลือด” ทนร่วมรัฐบาลกันไป น่าจะเป็น “ทางออกเดียว” ที่มีให้เดิน !!








