สนามเลือกตั้ง กทม. ดุเดือดทันที ตั้งแต่ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะตัดสินใจ ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.ต่อเป็นสมัยที่2ด้วยซ้ำ !
แม้การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และสก. จะมีขึ้นในเดือนมิ.ย.นี้ และเป็นการเมืองสนามเล็ก แต่น่าสนใจว่า พื้นที่นี้ มีความหมายกับ พรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาชน ไม่น้อย
ทั้งพรรคสีฟ้า และพรรคสีส้ม จะประเมินกันมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ด้วยความแข็งแกร่ง คะแนนของ ชัชชาติ ที่มีสูงนั้น คือเรื่องยาก ที่พรรคจะส่งคนลงไปชิงเก้าอี้ แล้วจะได้ชัยชนะ เหนือชัชชาติ กลับมาให้พรรค
วันเปิดตัว “อนุชา บูรพชัยศรี” ผู้สมัคร ของพรรคประชาธิปัตย์ เจ้าตัวยอมรับตอนหนึ่งในการแสดงวิสัยทัศน์ ว่า เขารู้ดีว่าตัวเองเป็นเหมือน “มวยรอง” ถ้าเทียบกับชัชชาติ แต่ไม่ได้หมายความว่า อนุชา จะไม่สู้ต่อ
เช่นเดียวกับ พรรคประชาชน ที่ส่ง “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ลงมาชนกับชัชชาติ ก็ย่อมอ่านเกมได้เช่นกันว่า โอกาสชนะ นั้นน้อยมาก แม้ในการเลือกตั้งสส.ทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 ที่ผ่านมา พรรคประชาชน จะทำสถิติได้อย่างสวยงาม ด้วยการยึดกรุงเทพ ฯ ทั้งเมือง ได้สส.กทม.เข้าสภาฯ ครบทั้ง 33 เขตเลือกตั้ง
ทว่า ชัยชนะจากสนามเลือกตั้งใหญ่ ยังไม่อาจการันตี ได้ว่าดร.โจ จะชนะเลือกตั้ง ยิ่งเมื่อ ความนิยมของพรรคส้ม อยู่ในภาวะที่ลดน้อยลง กลับต้องมาเจอกับ อนุชา ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ อาจมาแย่งคะแนนกันเอง ทั้งจากคนรุ่นใหม่ ไปจนถึงปีกอนุรักษ์นิยม
กลับมาที่ชัชชาติ ที่เพิ่งอำลาตำแหน่ง ลาออกก่อนครบวาระ ไปเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาข้ามวัด ชัชชาติ ขึ้นป้ายหาเสียง ในกทม.ทันที หมายความว่า ชัชชาติ เตรียมความพร้อมมาก่อนหน้านี้หลายเดือน และไม่ประมาทคู่แข่ง
หากถามว่า ลึกลงไปกว่าการสู้เพื่อให้ “ชนะ” ของทั้งส้มและฟ้า อยู่ที่ตรงไหน ?
สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ คือการกลับมาทวงคืนพื้นที่กทม. เพื่อเตรียมเอาไว้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยที่รัฐบาล “อนุทิน” อาจอยู่ไม่ครบเทอม และอย่าลืมว่า พรรคประชาธิปัตย์ เพิ่งผ่านการปรับโครงสร้างพรรค หลังจากที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” กลับมานำพรรค จนทำให้แต้ม ดีดตัวขึ้นกลายเป็นหุ้นที่โดดเด่น แม้วันนี้จะมีสส.ในมือเพียง 21 ที่นั่งก็ตาม
แต่ทั้งนี้ การบริหารจัดการกระแสและความนิยมคือการเล่น “เกมยาว” เพื่อรองรับ “เกมใหญ่” การส่งคนลงมาชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. จึงไม่ใช่เรื่องที่วัดกันแค่ผล “แพ้-ชนะ” เท่านั้น !!
ขณะที่พรรคส้ม เมื่อได้ชัยชนะด้วยการยึดเมืองกรุง กวาดสส.ได้ทั้ง 33 เขต โดยที่การเลือกตั้งครั้งล่าสุด พรรคอยู่ในภาวะ กระแสตก แถมยังเจอปฏิบัติการ ทางการเมือง แพ้กลยุทธ์ “บ้านใหญ่” จากพรรคสีน้ำเงิน แต่เมื่อมีสส.ในมือ ย่อมการันตีได้ว่าสนามกทม.ยังเป็นที่หวังสำหรับพรรคส้ม
ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. สำหรับพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคประชาชนต่างมีเดิมพัน ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ชัชชาติ แชมป์เก่าได้หรือไม่ก็ตาม แต่นัยแห่งการต่อสู้นั้น มีความสำคัญต่อทั้งสองพรรค สำหรับเกมในระยะยาว ทั้งสิ้น !!








