“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ไม่ได้แสดงความกังวลใดๆ ต่อกรณีที่ “ฝ่ายค้าน” เข้าชื่อยื่นคำร้องเบรก “พ.ร.ก.กู้เงิน 4แสนล้าน” ส่งไปยัง “ประธานสภาฯ” แล้วส่งต่อไปยัง “ศาลรัฐธรรมนูญ”
เมื่อคำร้องถูกยื่นที่ไปศาลรัฐธรรมนูญแล้ว การพิจารณาพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในที่ประชุมรัฐสภา จึงต้องชะลอออกไปก่อน โดยคาดว่าต้องรอไปราว 60 วันตามที่ “กรวีร์ ปริศนานันทกุล” ประธานวิปรัฐบาล ระบุไว้
สถานการณ์สำหรับรัฐบาล โดยเฉพาะนายกฯอนุทิน ที่หลายฝ่ายกำลังเฝ้ามอง ด้วยความกังวลว่า หากที่สุดแล้ว การพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทมีอันต้องสะดุด ขึ้นมาจริง สิ่งที่จะตามมา คือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับ ครม.ทั้งคณะหรือไม่
เมื่อมีคำถามว่า รัฐบาล “อนุทิน 2” กำลังเอาสถานะของครม.ไปเดิมพันกับการผลักดัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท อยู่หรือไม่ โดยนายกฯอนุทิน บอกว่าเรื่องนี้เขาเองไม่มีแผนหนึ่ง แผนสอง หรือแผนสำรอง มีแต่แผนช่วยเหลือประชาชน เท่านั้น และหากไม่มั่นใจก็คงไม่ออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ออกมา
และแน่นอนว่าภายใต้ความมั่นใจของรัฐบาล ได้ถูกสะท้อนผ่าน “ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ “มือกฎหมาย” ของรัฐบาล โดยหักล้างกับเหตุผลที่ ฝ่ายค้านเข้าชื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ ว่า “ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน” นั้น ยืนยันว่าการออกพระราชกำหนดแต่ละครั้งรัฐบาลต้องคิดให้รอบคอบ เพราะหากศาลวินิจฉัยว่าไม่ผ่านก็จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้น และจะเกิดปัญหาว่าสิ่งที่ทำไปจะเป็นอย่างไร
นอกจากนี้ปกรณ์ ยังอธิบายว่า เรื่องนี้ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรัฐบาลมองว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน และเมื่อดูตาม ม.172 วรรคแรก ของรัฐธรรมนูญ ปี2560 ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยจะไม่ดูในเรื่องความจำเป็นเร่งด่วน
“ ฉะนั้นก็มั่นใจว่าศาลจะดูตามกรอบและวัตถุประสงค์ ตามรัฐธรรมนูญ 172 วรรคหนึ่งหรือไม่ ว่าเป็นไปตามความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือไม่” ปกรณ์ ระบุ
อย่างไรก็ดี ด้วยสถานการณ์ที่ดูจะหมิ่นเหม่ ต่อสถานะของครม. “อนุทิน2” เช่นนี้ แต่กลับพบว่า นายกฯอนุทิน และมือกฎหมายของรัฐบาล เองมีความมั่นใจ เชื่อมั่นว่า เรื่องนี้จะไม่สะดุด แต่อาจจะล่าช้าออกไป แน่นอนว่าความกังวลและความเชื่อมั่นของรัฐบาล กำลังรอการพิสูจน์โดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่เกิน 60 วันจากนี้








