จากกรณีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการที่สาธารณรัฐเกาหลี หรือประเทศเกาหลีใต้ ได้ดำเนินมาตรการขึ้นบัญชีดำ 4 จังหวัดของไทย ห้ามนำเข้าแรงงานภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล ภายใต้วีซ่า E-8 ประกอบด้วย จ.อุดรธานี ,ขอนแก่น, ชัยภูมิ และมหาสารคาม เป็นระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.69 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.69
วันที่ 12 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามอดีตแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานที่ ประเทศเกาหลี โดยได้พูดคุยกับนายสุริยา (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ชาวบ้านโพธิ์ไชย ม.6 ต.โพธิ์ไชย อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น ซึ่งเคยเดินทางไปทำงานในประเทศเกาหลีเมื่อหลายปีที่ผ่านมา
นายสุริยา กล่าวว่า ที่ผ่านมามีคนไทยจำนวนมากเดินทางไปทำงาน โดยเฉพาะคนในหมู่บ้านเดินทางไปหลายคน ทำให้เกิดความสนใจและอยากเดินทางไปทำงานเช่นเดียวกัน เพราะได้ยินมาว่ารายได้ดีมาก และสูงกว่ารายได้ในประเทศไทยหลายเท่า หากอยู่ทำงานในประเทศไทยก็หาเงินได้ไม่มาก แต่หากเดินทางไปทำงานที่เกาหลีก็มีรายได้สูงกว่าอย่างชัดเจน
"ขณะเดินทางไปทำงานก่อสร้างในประเทศเกาหลี มีรายได้ต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 70,000 บาท และบางเดือนหากมีการทำงานล่วงเวลา หรือโอที ก็มีรายได้สูงถึงหลักแสนบาท กระทั่งต่อมาได้ประสบอุบัติเหตุ จึงต้องเดินทางกลับมาอยู่บ้าน หากไม่เกิดอุบัติเหตุเสียก่อน ตนเองก็คงจะทำงานต่อที่ประเทศเกาหลี ส่วนกรณีที่มีการแบนแรงงานจาก 4 จังหวัดของไทย ประเด็นนี้นั้นแรงงานบางคนเดินทางไปอย่างถูกกฎหมาย แต่เมื่อครบระยะเวลาตามกำหนด เช่น ครบ 5 ปีแล้ว กลับหลบหนีไปทำงานที่อื่นและอยู่ต่อโดยไม่มีวีซ่า ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดกรณีการแบนขึ้น"
นายสุริยา กล่าวต่อว่า อยากให้ทุกคนเดินทางไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในต่างประเทศ รวมทั้งไม่กระทบต่อแรงงานคนอื่นๆที่ต้องการไปทำงานที่ต่างประเทศด้วย ซึ่งส่วนใหญ่แรงงานที่เดินทางไปโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มักใช้วิธีเดินทางไปในลักษณะทัวร์นักท่องเที่ยวแล้วหลบหนีไปทำงาน จึงอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ 4 จังหวัดของไทยถูกทางการเกาหลีใต้ตัดสิทธิและขึ้นบัญชีดำในครั้งนี้
"ปัจจุบันคนจนในประเทศไทยมีจำนวนมาก หากอยู่ในประเทศแล้วรายได้ต่ำ ขณะที่ค่าครองชีพสูง ประชาชนก็อยู่ลำบากและต้องดิ้นรนหารายได้เพื่อเอาตัวรอด การไปทำงานต่างประเทศจึงกลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนไทยจำนวนมาก ดังนั้น หากภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจและช่วยเรื่องปากท้องของประชาชน ก็อาจช่วยลดปัญหาการเดินทางไปทำงานต่างประเทศโดยผิดกฎหมาย และลดปัญหาที่นำไปสู่การถูกแบนแรงงานได้"
นายชัชเขตโสภณ สืบพิมาย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 กล่าวว่า ที่ผ่านมา คนในหมู่บ้านเดินทางไปทำงานต่างประเทศกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะประเทศเกาหลี แต่ปัจจุบันค่าครองชีพสูงและการเดินทางไปทำงานต่างประเทศต้องใช้เงินจำนวนมาก ทำให้มีผู้เดินทางไปไม่มากนัก เหลือเพียงประมาณ 2-3 คน ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่มีคนเดินทางไปจำนวนมาก
"เกาหลีถือเป็นประเทศที่มีรายได้สูงกว่าประเทศไทย โดยแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานมีรายได้ตั้งแต่ประมาณ 50,000-60,000 บาท ไปจนถึงหลักแสนบาทต่อเดือน หลายคนสามารถเก็บเงินกลับมาซื้อบ้าน ซื้อรถ และซื้อที่นาได้ อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวได้แต่แนะนำให้คนในพื้นที่เดินทางไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะหากเกิดปัญหาใด ๆ ก็จะได้รับการช่วยเหลือ และจะไม่เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อแรงงานไทยจนถูกแบนในลักษณะเช่นนี้
ข่าวภูมิภาค








