"พรรคภูมิใจไทย" กำลังเผชิญหน้ากับแรงเสียดทาน ทางการเมือง เป็นระลอกใหม่ ที่กำลังถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการท้าทายระบบอยู่หรือไม่ ?
จากการคุมอำนาจทางการเมืองชนิดเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด ทำให้วันนี้ ภูมิใจไทยในฐานะ แกนนำพรรครัฐบาล ไม่หวั่นไหวต่อปฏิกิริยา ต่อต้านจากสังคม อย่างที่เห็น แม้หลายความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจะดูไม่เกี่ยวข้อง แต่กลับมีนัยยะที่สำคัญและไม่อาจมองข้าม
การประชุมวุฒิสภา วันนี้ ที่ประชุมให้ความเหนชอบ “สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์” อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ดำรงตำแหน่ง “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” คนใหม่ แทน สมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ซึ่งพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์
แน่นอนว่า ชื่อสุจินต์ ผ่านโหวตอย่างฉลุย ด้วยคะแนน 125 เสียง ไม่เห็นชอบ 2 คะแนน งดออกเสียง 50 คะแนน และอย่าลืมว่า ก่อนหน้านี้ ชื่อของสุจินต์ เคยถูกตั้งข้อสังเกต ถึงความเชื่อมโยงกับมหาดไทย กับทางการเมือง หรือไม่ และมหาดไทย ก็อยู่ในมือพรรคภูมิใจไทย
เท่ากับว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอาจตอกย้ำเสียงวิพากษ์ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ว่า “องค์กรอิสระ” อาจจะไม่ได้อิสระจริง ยิ่งเมื่อมีความเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย เหมือนกับที่ วุฒิสภา สภาสูงเองก็ยังมี “สว.สีน้ำเงิน” กว่าครึ่งค่อนสภา
ทำให้เกิดภาพ พรรคภูมิใจไทย คุมทั้ง “สภาล่าง-สภาบน” โดยเฉพาะสภาบน อย่างวุฒิสภา ซึ่งมีบทบาท เลือกบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
นอกจากนี้ ยังเกิดกระแส ตีกลับไปยัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อย่างรุนแรง เมื่อมีความชัดเจนว่า ป.ป.ช. ยกคำร้อง กรณี “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” อดีตรมว.คมนาคม และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ไม่มีความผิด จากกรณี ถูกกล่าวหาว่า “ซุกหุ้น” หรือถือหุ้นแทน (นอมินี) ในหจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ
ซึ่ง “สวนทาง” กับ “คำวินิจฉัย” ของศาลรัฐธรรมนูญ ชนิดที่ทำเอาหลายคน ถึงกับมึนงง ว่ามติของป.ป.ช. ออกมา “ตรงข้าม” กับศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างไร !! เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ว่าศักดิ์สยามมีความผิดจนต้อง “พ้น” จากตำแหน่งรัฐมนตรี มาแล้ว
แน่นอนว่าเรื่องนี้ ทำให้ป.ป.ช.ถูกตั้งคำถามทันทีว่า จะเป็นการเปิดทางให้ศักดิ์สยาม กลับมาเป็นรัฐมนตรีได้อีกหรือไม่ และที่น่าสนใจไปมากกว่านั้น ป.ป.ช.กำลังรับบท “หนังหน้าไฟ” ให้ใครอยู่หรือไม่
จนถึงเวลานี้ สาธารณชน ยังรอการชี้แจงจากคณะกรรมการป.ป.ช. ต่อกรณียกคำร้อง ศักดิ์สยาม ว่าจะออกมาอย่างไร และแน่นอนว่า เรื่องนี้อาจดูไม่เกี่ยวของกับพรรคภูมิใจไทย แต่ขณะเดียวกันเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธว่าคนที่ได้ประโยชน์ก็คือพรรคสีน้ำเงิน อยู่ดี เพราะไม่ว่าศักดิ์สยาม จะได้กลับมาเป็นรัฐมนตรี จริงตามเสียงร่ำลือหรือไม่ แต่อย่างน้อยที่สุด เขาเองก็พ้นจากความผิด “คดีซุกหุ้น” ตามคำวินิจฉัยของป.ป.ช. อยู่ดี







