ในยุคที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว มุมมองต่อ "ความชรา" มักถูกฉายภาพในแง่ของความเสื่อมถอยและภาระ หากแต่ "ชรากถา" ผลงานของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่เขียนขึ้นในวัย 74 ปี กลับมอบบทเรียนล้ำค่าที่มองความชราเป็นเรื่อง "งดงาม" และ "เบาสบาย" ผ่านหลักคิดที่ร่วมสมัยและนำไปปรับใช้ได้จริง
เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของ ศาสตราจารย์ พลตรี หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช 20 เมษายน “สยามรัฐออนไลน์” ขอหยิบข้อคิดบางช่วงบางตอนจาก "ชรากถา" ที่ถ่ายทอดให้เห็นถึงความงดงามของธรรมชาติชีวิต และการใช้ชีวิตอย่างรู้เท่าทัน ดังนี้
1. การยอมรับความจริง การมีความสุขในวัยชราเริ่มต้นจากการยอมรับสภาพสังขารโดยไม่ฝืนธรรมชาติหรือพยายามปกปิดความแก่
"ถ้าแก่หัวจะหงอก ฟันจะหัก หน้าจะเหี่ยว ก็ไม่ปิดบัง... เมื่อแก่ให้เต็มที่ เหมือนกับหนุ่มให้เต็มที่อย่างนี้ ใจคอมันก็เบิกบานเหมือนกับเมื่อยังหนุ่มเต็มที่"
2. ปรับความคิดเป็น "คิดการณ์ใกล้" ลดภาระทางสมองด้วยการเลิกวางแผนระยะไกลแบบคนหนุ่ม แต่ให้เน้นเรื่องใกล้ตัวที่เห็นผลไวเพื่อไม่ให้เหนื่อยเกินไป
"คนแก่นั้นไม่ต้องคิดการณ์ไกลอะไรทั้งสิ้น คิดแต่การณ์ใกล้ ๆ จึงไม่เหนื่อย... ปลูกมะม่วงกับปลูกมะเขืออย่างไหนมันเหนื่อยกว่ากัน"
3. เลิกตั้งกฎเกณฑ์และเลิกเรียกร้อง คนแก่ที่น่ารักคือคนที่ไม่จู้จี้ ไม่กะเกณฑ์ให้ลูกหลานต้องมาปรนนิบัติ และไม่ตั้งกฎระเบียบในการใช้ชีวิตจนเกิดความกังวล
"อย่าไปกะเกณฑ์ให้คนอื่นที่เขาอ่อนวัยกว่าต้องมาสนใจกับเราหรือคอยเอาใจเรา... การปราศจากกฎเกณฑ์นั้นสบายกว่า"
4. มีความนอบน้อมต่อผู้อ่อนวัย การไม่ดูถูกเด็กและรู้จักนอบน้อมต่อคนรุ่นใหม่จะช่วยให้คนแก่ไม่โดดเดี่ยวในวันที่คนรุ่นเดียวกันล้มหายตายจาก
"ต้องมีความนอบน้อมต่อเขา ยอมรับในความคิดเห็นของเขา... อย่าไปดูถูกเด็ก คบเด็กไว้เสมออย่าไปถือรุ่น"
5. ใช้ "ตัวเอง" เป็นงานอดิเรก ให้ใช้เวลาที่เหลือพิจารณาสังขารตัวเองเพื่อสร้างปัญญา
"เอาตัวเองนั้นแหละเป็นงานอดิเรก เพื่อศึกษาพิจารณาให้เห็นถ่องแท้ว่า ตัวเองนั้นเป็นอะไร... การพิจารณาเช่นนี้ มิใช่เป็นการใช้การพิจารณาตามปกติ แต่จะต้องพิจารณาด้วยใจที่ใสสะอาด"
ที่สุดแล้ว "ความชรา" อาจไม่ใช่แค่ช่วงปัจฉิมวัยของชีวิต แต่คือช่วงเวลาที่ "ตกผลึก" ในการใช้ชีวิตด้วยความเข้าใจ
* ภาพประกอบสร้างโดย AI







