วันที่ 20 เมษายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันเกิดของ ศ.พล.ต.ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช “สยามรัฐออนไลน์” ขอร่วมรำลึกถึงบุคคลสำคัญของประเทศไทย ผู้มีบทบาทโดดเด่นทั้งด้านการเมือง วรรณกรรม และสื่อสารมวลชน หากแต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงคุณค่า คือมุมมองด้าน “การศึกษา” ที่ท่านได้ฝากไว้กับสังคมไทย
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เคยมองการศึกษาในมิติที่ลึกไปกว่าการเรียนเพื่อสอบผ่าน โดยเห็นว่าการศึกษาที่แท้ควรมุ่งสร้าง “คนที่คิดเป็น” และ “เข้าใจชีวิต” มากกว่าการสะสมความรู้เพื่อการวัดผล
เมื่อหันกลับมามองปัจจุบัน ปัญหาหลายประการในระบบการศึกษาไทยยังคงสะท้อนสิ่งที่ท่านเคยตั้งคำถามไว้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ “ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา” ที่ยังดำรงอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กยากจน ซึ่งต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้โอกาสทางการศึกษาไม่เท่าเทียมกัน
ขณะเดียวกัน ยังเกิดปรากฏการณ์ “โรงเรียนขนาดเล็กทยอยปิดตัว” จากปัจจัยด้านประชากรและเศรษฐกิจ ทำให้เด็กจำนวนหนึ่งต้องย้ายที่เรียนกะทันหัน หรือเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา ซึ่งกระทบต่อความต่อเนื่องในการเรียนรู้โดยตรง แม้ภาครัฐจะพยายามผลักดันนโยบายดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบ เช่น แนวคิด “Thailand Zero Dropout” แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาการหลุดจากระบบการศึกษา ยังคงเป็นโจทย์เชิงโครงสร้างที่ต้องการการแก้ไขอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ ผลสำรวจจาก นิด้าโพล และภาคีเครือข่าย TEP (เมื่อวันที่ 12–14 พฤษภาคม 2568) ยังชี้ว่า คนไทยจำนวนมากมีความกังวลต่ออนาคตทางการศึกษาของเยาวชน ซึ่งสะท้อนถึงความไม่มั่นใจต่อคุณภาพและทิศทางของระบบการศึกษาในระยะยาว โดยผลสำรจจากกลุ่มตัวอย่าง 1,310 รายทั่วประเทศ สะท้อนภาพจำลองการศึกษาไทยที่น่าสนใจว่า แม้ "โรงเรียนรัฐ" จะยังคงครองใจประชาชนด้วยคะแนนความเชื่อมั่นสูงสุดถึงร้อยละ 46.26 โดยมี "คุณภาพครูและหลักสูตรที่ทันสมัย" เป็นตัวชี้วัดหลัก แต่ในทางกลับกัน คนไทยกว่าครึ่งยังคงรู้สึกกังวลต่ออนาคตของเยาวชน เนื่องจากกำแพงด้าน "ค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป" กลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เด็กเกือบ 30% พลาดโอกาสเข้าเรียนในสถานศึกษาที่ต้องการ ส่งผลให้เสียงส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 65.50 ฝากความหวังไว้ที่รัฐบาลให้เร่งทลายช่องว่างความเหลื่อมล้ำนี้ เพื่อให้การศึกษาคุณภาพไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อมของใครคนใดคนหนึ่ง
เมื่อพิจารณาภาพรวมเหล่านี้ จะเห็นได้ว่า คำถามของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ไม่ได้เป็นเพียงข้อสังเกตในอดีต แต่ยังคงเป็น “โจทย์ร่วมสมัย” ที่สังคมไทยยังต้องเผชิญ-เรากำลังสร้างคนที่เข้าใจโลก หรือเพียงผลิตคนที่ผ่านระบบการสอบ ในบริบทโลกยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการคิดวิเคราะห์ การเรียนรู้ตลอดชีวิต และการปรับตัว การศึกษาที่ยึดติดกับรูปแบบเดิม อาจไม่เพียงพออีกต่อไป
ในวันคึกฤทธิ์ปีนี้ การรำลึกถึงท่านจึงมิใช่เพียงการย้อนนึกถึงผลงานในอดีต แต่คือการทบทวนว่า เราพร้อมหรือยังที่จะปรับ “วิธีคิด” ทางการศึกษาให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของสังคม เพราะสุดท้ายแล้ว การเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา อาจไม่ได้เริ่มต้นจากการปรับหลักสูตรแต่เริ่มจากการกล้าตั้งคำถาม เช่นเดียวกับที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์เคยทำ
บทความ บทวิเคราะห์
“การศึกษาไทย” ถึงเวลาสร้าง ‘คนคิดเป็น’ ไม่ใช่แค่ ‘คนสอบผ่าน’ ในวันรำลึก ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
แชร์ข่าว







