ฉากการเมืองที่กำลังจะอยู่ในโฟกัส ช็อตต่อไป คงต้องเตรียมเปิดพื้นที่ให้กับ “ฝ่ายค้าน” เพราะแม้จะไม่ใช่ “ดรีมทีม” แต่เชื่อเถอะว่า รัฐบาลใหม่ “อนุทิน 2” น่าจะนั่งกันไม่เป็นสุขนัก !
ดีเดย์เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร 15 มีนาคมนี้ เพื่อลงมติเลือก “ประธาน-รองประธานสภาฯ” ซึ่งแน่นอนว่า เก้าอี้ประธานและรองประธานฯ คนที่ 1 ถูกจองเอาไว้แล้ว โดยพรรคภูมิใจไทย
ความคึกคักในวันเปิดประชุมสภาฯ วันอาทิตย์นี้นอกเหนือไปจากที่ สภาจะต้อนรับ “สส.ใหม่” ผู้แทนสภาราษฎร ชุดที่ 27 อย่างเป็นทางการแล้ว การโหวตลงคะแนนเลือก “โสภณ ซารัมย์” นั่งประธานสภาฯ สายตรงจาก “บ้านใหญ่บุรีรัมย์” จะทำให้เห็นภาพการยึดกุมอำนาจของ พรรคภูมิใจไทยที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
เมื่อเลือกประธาน-รองประธานฯ เสร็จสิ้นลงแล้ว ช็อตต่อไปจะไปอยู่การเลือก “นายกฯคนที่ 33” ซึ่งถือว่าเป็น ไฮไลต์มากที่สุด
แน่นอนว่า เสียงโหวตหนุน “อนุทิน ชาญวีรกูล” ให้เป็น “นายกฯรอบที่2” จากพันธมิตร “พรรคร่วมรัฐบาลไ ที่มาแสดงตัว เข้าร่วมกันไปแล้วทั้งสิ้น “291เสียง” คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
แต่สิ่งที่หลายคนกำลังจับตา และจะเทน้ำหนักไป ที่ “ฝ่ายค้าน” นั่นคือการเปิดปฏิบัติการตรวจสอบรัฐบาล “อนุทิน 2” จะเริ่มต้นขึ้นเลยหรือไม่ ?
อย่าลืมว่า พรรคประชาชน พรรคแกนนำฝ่ายค้าน เหลือเวลาที่ “แกนนำหลัก” จะทำหน้าที่กันอย่างแข็งขันไม่นานแล้วหรือไม่ เมื่อ “คดี 44 อดีตสส.ก้าวไกล” จ่ออยู่ข้างหลัง ดังนั้นเมื่อพรรคส้มต้องทำงานแข่งกับเวลา โอกาสที่จะ “ฝากแผล” เอาไว้ให้รัฐบาลใหม่ จึงมีแนวโน้มเป็นไปได้สูง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคส้มไม่ได้สนใจว่า พวกเขาจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมรัฐบาลในวันข้างหน้าหรือไม่
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เอง ที่เพิ่งพา สส.เข้าสภาฯ มาได้ 21 ที่นั่ง ต่างต้องพิสูจน์จุดยืนของตัวเองในฐานะ “ฝ่ายค้านมืออาชีพ” จะคืนฟอร์มกลับมาได้หรือไม่ ซึ่งพรรคสีฟ้า กำลังเป็นความหวัง ว่าจะทำให้ ฝ่ายค้านแข็งแกร่งมากขึ้น แม้พวกเขาจะยืนอยู่คนละแนวทาง
ล่าสุดการประชุมสส.พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ มีความชัดเจนว่า พรรคมีมติ “งดโหวต” ตำแหน่งประธานสภาฯ ยิ่งทำให้เกิดคำถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ “ไว้ไมตรี” กับฝ่ายรัฐบาลหรือไม่ เพราะหากไม่เห็นชอบกับชื่อโสภณ แล้วเหตุใด ไม่มีมติ “ไม่เห็นด้วย” ไปเสียเลย
ทั้งนี้ “พงศกร ขวัญเมือง” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงว่า ถ้าเราเห็นด้วย ก็ต้องโหวตเห็นด้วย ซึ่งคาดการณ์ในสถานการณ์ที่อาจมีพรรคอื่นส่งแข่งด้วย อาทิ พรรคกล้าธรรม ดังนั้นพรรคจึงมีมติเบื้องต้นว่าให้งดออกเสียง
ขณะที่พรรคกล้าธรรม ที่นำโดยร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ จะต้องถูกจับตามากกว่าใคร เพราะพรรคกล้าธรรม ไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล รอบนี้ ยังจะมีหวังในคราวหน้า เมื่อมีการปรับครม.หรือไม่ หรือจะใช้เวทีสภาฯ “ถล่ม” พรรคภูมิใจไทย เพื่อชำระแค้น
ท่าทีและความเคลื่อนไหวของ พรรคร่วมฝ่ายค้าน 3 พรรคหลัก ทั้งพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคกล้าธรรม ต่อการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลใหม่นั้น อาจไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเวที สภาฯเท่านั้น
อย่าลืมว่า รัฐบาล “อนุทิน2” นั้นยังมีอีกหลายแง่มุม หลายเงื่อนปมที่อาจถูกหยิบยกขึ้นมาตรวจสอบได้ทั้งสิ้น โดยผ่าน องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ทั้งการตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลที่จะมาเป็น “รัฐมนตรี” ไปจนถึงคดีร้อนๆ ที่พัวพันถึง “คนสำคัญ” ในพรรคภูมิใจไทยเอง








