บทความ บทวิเคราะห์

สะอึก! ดาบจริยธรรม ฝังกลบ "พิธา" เด็ดปีก-ตัดเขี้ยวพรรคประชาชน 

แชร์ข่าว

จาก “ยุบพรรค” สู่ “ล้างรายบุคคล” เกมอำนาจยกระดับสู่การตัดตอนทางการเมือง เมื่อ 10 ส.ส. ตัวหลักเสี่ยงหลุดสภา พร้อมปิดฉากอนาคต “พิธา” แบบถาวร 

การเมืองไทยกำลังสะดุดกลางทาง…ไม่ใช่เพราะแรงต้านจากประชาชน แต่เพราะ “ดาบจริยธรรม” ที่กำลังฟาดลงกลางกระดานอำนาจ 

มติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ชี้มูลอดีต 44 ส.ส. พรรคก้าวไกล จากกรณีร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ไม่ได้เป็นเพียงคดีทางกฎหมายธรรมดา หากแต่กำลังกลายเป็น “เครื่องมือเปลี่ยนเกม” ที่อาจรีเซ็ตสมการการเมืองทั้งระบบ 

และเป้าหมายที่ถูกเพ่งเล็งมากที่สุด หนีไม่พ้น “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” 

นี่ไม่ใช่แค่การสกัด แต่มันอาจคือการ “ปิดประตูทางกลับ” อย่างถาวร 

หากการยุบพรรคก้าวไกล คือการรื้อโครงสร้างองค์กร คดีจริยธรรมครั้งนี้ คือการ “เก็บกวาดรายบุคคล” และหนักหน่วงยิ่งกว่า เพราะภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 235 หากศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามีความผิด 

บทลงโทษสูงสุดคือ 
เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต 

นั่นหมายความว่า ไม่ใช่แค่พักเกม 
แต่คือ “ออกจากเกมตลอดไป” 

สำหรับพิธา นี่คือ “ด่านสุดท้าย” 
ที่เดิมพันไม่ใช่แค่ตำแหน่ง 
แต่คือ “การมีตัวตนในสนามการเมือง” 

แต่แรงกระแทกของคดีนี้ไม่ได้หยุดแค่ตัวบุคคล 
มันกำลังลามเข้าสู่ “โครงสร้างของฝ่ายค้าน” อย่างจัง 

เพราะในกลุ่ม 44 ส.ส. 
มี 10 คนที่ยังดำรงตำแหน่งในสภาภายใต้พรรคประชาชน 

ประกอบด้วย 

บัญชีรายชื่อ (8 คน) 
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 
ศิริกัญญา ตันสกุล 
รังสิมันต์ โรม 
วาโย อัศวรุ่งเรือง 
ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล 
ณัฐวุฒิ บัวประทุม 
สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ 
ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ 

ส.ส. เขต กทม. (2 คน) 
ธีรัจชัย พันธุมาศ 
เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร 

รายชื่อเหล่านี้ไม่ใช่แค่ “ส.ส. ตัวเลข” 
แต่คือ “หัวใจของพรรค” ในสภา 

ทั้งผู้นำพรรค 
ทีมเศรษฐกิจ 
ทีมอภิปราย 
และตัวขับเคลื่อนวาทกรรม 

ทันทีที่ศาลฎีการับคำร้อง 
ฉากทัศน์แรกที่อาจเกิดขึ้นคือ 

ส.ส. ทั้ง 10 คน “หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที” 

และนั่นคือจุดที่เกมในสภาจะ “เปลี่ยนทันที” 

ฝ่ายค้านที่เคยทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น 
อาจสูญเสีย “เครื่องยนต์หลัก” ในพริบตา 

ไม่ใช่แค่จำนวนเสียงที่ลดลง 
แต่คือ “คุณภาพของการต่อสู้ทางการเมือง” ที่อ่อนแรงลง 

ในเกมอำนาจ 
บางครั้ง “คนสำคัญไม่กี่คน” มีค่ามากกว่า “จำนวนเสียง” 

ฉากทัศน์ถัดมา 
หากสถานการณ์ลุกลามไปถึงขั้นพ้นตำแหน่ง 

สำหรับ ส.ส. เขต 
การเลือกตั้งซ่อมจะกลายเป็น “สนามวัดกระแสใหม่” 

มันจะเป็นบททดสอบว่า 
กระแส “พิธา–ก้าวไกลเดิม” ยังแข็งแรงแค่ไหน 

หรือกำลังถูก “แรงเสียดทานทางกฎหมาย” บั่นทอนลง  

แต่จุดที่น่ากังวลที่สุด 
คือ “บรรทัดฐานใหม่” ที่กำลังถูกสร้างขึ้น 

เพราะหัวใจของคดีนี้ ไม่ได้อยู่แค่ที่ผลลัพธ์ 
แต่อยู่ที่ “หลักคิด” 

เมื่อการเสนอแก้ไขกฎหมายในสภา 
ถูกตีความว่าเป็น “ความผิดทางจริยธรรมร้ายแรง” 

คำถามใหญ่จึงเกิดขึ้นทันทีว่า 

เสรีภาพของ ส.ส. อยู่ตรงไหน 

การใช้อำนาจนิติบัญญัติยังเป็น “เอกสิทธิ์” อยู่หรือไม่ 

หรือกำลังถูกกำหนดกรอบใหม่โดย “การตีความทางกฎหมาย” 

หากเส้นนี้ถูกขีดใหม่ 
ผลกระทบจะไม่จบแค่คดีนี้ 

แต่มันจะกลายเป็น “เงื่อนไขใหม่ของทั้งระบบการเมือง” 

สุดท้ายแล้ว เกมนี้ไม่ได้ตัดสินกันที่ “ความนิยม” 
แต่ตัดสินกันที่ “คำวินิจฉัย” 

แม้พิธาจะยังมีฐานมวลชน 
ยังคงเคลื่อนไหว และยังเป็นสัญลักษณ์ของความหวังสำหรับผู้สนับสนุนจำนวนมาก 

แต่ในสนามกฎหมาย 
“เสียงปรบมือ” ไม่มีน้ำหนักเท่ากับ “ดุลพินิจ” 

และหากศาลฎีกาเดินตามแนวคำวินิจฉัยเดิม 
เส้นทางของพิธาอาจไม่ได้อยู่ที่ “จะกลับมาเมื่อไร” 

แต่อาจกลายเป็น 
“จะไม่มีวันได้กลับมาอีก” 

นี่คือภาพใหญ่ของการเมืองไทยในวันนี้ 

จากเกมเลือกตั้ง 
สู่เกมกฎหมาย 

จากการแข่งขัน 
สู่การ “คัดออก” 

และจากการช่วงชิงอำนาจ 
สู่การ “จัดระเบียบอำนาจใหม่” 

คำถามสุดท้ายจึงไม่ใช่แค่ 
พิธาจะรอดหรือไม่ 

แต่คือ การเมืองไทยกำลังเดินไปสู่จุดที่ “ใครอยู่-ใครไป” ถูกกำหนดด้วยอะไร และ ประชาชนยังเป็น “ผู้กำหนดเกม” อยู่หรือไม่ 

#พิธา #พรรคประชาชน #44สส #ปปช #มาตรา112 #การเมืองไทย #ศาลฎีกา #ฝ่ายค้าน #วิเคราะห์การเมือง #ข่าวการเมือง #siamrathonline