บทความ บทวิเคราะห์

รอยร้าวประชาธิปัตย์ ในวันที่เป็นฝ่ายค้าน จะมีงูเห่าสีฟ้าหรือไม่ ?

แชร์ข่าว

ในการเมืองระดับชาติ "สัญลักษณ์" มักส่งเสียงดังกว่าคำพูดเสมอ ภาพการเข้ารายงานตัวของ สส. พรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกแบ่งออกเป็นสองระลอก กลุ่มหนึ่งนำโดย “ชัยชนะ เดชเดโช” และอีกกลุ่มนำโดย “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” แม้ในวันต่อมาจะมีภาพการเดินทัวร์สภาร่วมกันเพื่อสยบข่าวลือ แต่นี่อาจเป็น "รอยร้าวเล็กๆ" ที่สะท้อนให้เห็นถึงแรงกระเพื่อมของพรรคเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย 

เมื่อพรรคประชาธิปัตย์กำลังเดินหน้าสู่การเป็น "ฝ่ายค้าน" อย่างเต็มตัว คำถามที่น่าสนใจคือ ความเป็นเอกภาพในพรรคจะยังคงอยู่หรือไม่ ? หรือเรากำลังจะได้เห็นปรากฏการณ์ "งูเห่าสีฟ้า" ในสภาอันใกล้นี้ ? 

1. คณิตศาสตร์การเมือง เมื่อประตูพรรคร่วมฯ กำลังจะปิด 

ในความเป็นจริงทางการเมือง "ตัวเลข" คือตัวกำหนดอำนาจต่อรอง ปัจจุบันรัฐบาลมีเสียงสนับสนุนในมือถึง 292 เสียง ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่มีเสถียรภาพสูงมากและผ่านจุด "เสียงปริ่มน้ำ" มาไกลแล้ว 

เมื่อรัฐบาลมีความมั่นคง การดึงพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเป็นพรรคร่วมฯ (แม้จะไม่มีพรรคกล้าธรรม ตามเงื่อนไขของประชาธิปัตย์แล้วก็ตาม) จึงไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วน 

ยิ่งไปกว่านั้น การจัดสรรโควตารัฐมนตรีที่ใกล้ลงตัวแล้ว โดยเฉพาะในส่วนของพรรคแกนนำฯ อย่างภูมิใจไทยที่มีเครือข่าย “กลุ่มบ้านใหญ่" จำนวนมาก การนำประชาธิปัตย์เข้ามาแทรกกลาง ย่อมหมายถึงการเฉือนเนื้อและสร้างความขัดแย้งในพรรคร่วมฯ โดยไม่จำเป็น 

ดังนั้น โอกาสที่ประชาธิปัตย์จะได้พลิกขั้วไปเป็นรัฐบาลในตอนนี้ จึงแทบจะเป็นศูนย์ 

2. สองขั้วความคิดในบ้านหลังเดียว 

การเดินแยกสายเข้ารายงานตัว ไม่ใช่แค่เรื่องของจังหวะเวลา แต่คือภาพสะท้อนของ "เข็มทิศ" ที่ชี้ไปคนละทางในพรรคประชาธิปัตย์ 

(1) เข็มทิศกลุ่มสนับสนุนอภิสิทธิ์ 

กลุ่มนี้มองว่าการเป็น "ฝ่ายค้าน" ไม่ใช่วิกฤต แต่คือโอกาสในการฟื้นฟูศรัทธา เพราะงานตรวจสอบคือดีเอ็นเอที่ประชาธิปัตย์ถนัดที่สุด การทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่เข้มแข็งคือตั๋วใบเดียวที่จะดึงมวลชนเดิมให้กลับมาเชื่อมั่นในแบรนด์พรรคอีกครั้ง 

(2) เข็มทิศกลุ่มสนับสนุนชัยชนะ 

กลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็น สส.เขต ที่ต้องสู้รบกับคู่แข่งที่มีทั้งกระสุนและทรัพยากรจากรัฐบาล จึงมองว่าการเป็นฝ่ายค้าน หมายถึงการขาดแคลนงบประมาณไปพัฒนาพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลโดยตรงต่อคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งหน้า ความปรารถนาที่จะร่วมรัฐบาลจึงเป็นไปเพื่อปากท้องของคนในพื้นที่ และอนาคตทางการเมืองของตนเอง 

3. ปรากฏการณ์ "งูเห่าสีฟ้า" จะเกิดขึ้นหรือไม่ ? 

เมื่อ สส. ส่วนหนึ่งอยากไปร่วมรัฐบาล แต่สถานะต้องนั่งฝั่งฝ่ายค้าน โอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งในการลงมติจึงสูงมาก แม้กฎหมายจะบีบให้ สส. ไม่สามารถลาออกจากพรรคได้ง่ายๆ (เพราะจะพ้นสภาพ สส.) แต่เราอาจได้เห็น "งูเห่า" ในรูปแบบของ “การโหวตสวนมติพรรค" ในวาระสำคัญ 

การโหวตสนับสนุนรัฐบาลในร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ หรือการงดออกเสียงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อดึงงบประมาณลงจังหวัด หรือแม้แต่เป็นการส่งสัญญาณ "ฝากตัว" กับพรรครัฐบาล เพื่อเตรียมย้ายสังกัดในสมัยหน้า โดยมักจะมาพร้อมกับข้ออ้างคลาสสิกที่ว่า "ทำไปเพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่" 

4. บททดสอบครั้งใหญ่ของค่ายสีฟ้า 

พรรคประชาธิปัตย์กำลังอยู่ในจุดตัดที่ท้าทายที่สุด หากผู้บริหารพรรคไม่สามารถผสานรอยร้าวระหว่าง "การยืนหยัดในอุดมการณ์" กับ "การดูแล สส. เขตไม่ให้สูญพันธุ์" ได้ รอยร้าวเล็กๆ ที่เราเห็นในวันรายงานตัว จะขยายเป็นรอยแยกขนาดใหญ่ในวันลงมติสำคัญ และเมื่อถึงวันนั้น "งูเห่าสีฟ้า" อาจปรากฏตัวให้เห็นอย่างชัดเจนกลางสภาผู้แทนราษฎร

 

บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม

#ประชาธิปัตย์ #ค่ายสีฟ้า #ฝ่ายค้าน #งูเห่าสีฟ้า #การเมืองไทย #จัดตั้งรัฐบาล2569 #siamrathonline