วันที่ 2 เม.ย.69 การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า รีวิวงานใหม่ที่สภา จาก ส.ส. มือใหม่
ประชุมสภาเต็มๆ 2 วันถ้วน พุธที่แล้วญัตติด่วนเรื่องวิกฤตพลังงาน ส่วนวันนี้ร่วมยื่นญัตติด่วนเรื่องวิกฤตฝุ่น
สั้นๆ ... Culture Shock ค่ะ
ความรู้สึกแรก..."WTF!" น่าจะไม่ต่างจากพี่ป้อม ภาวุธ ที่โพสต์เรื่อง การอภิปรายพูดเรื่องซ้ำๆ ใช้เวลาไม่มีประสิทธิภาพเอาเสียเลย ครั้งแรกฟาดไปสี่ทุ่ม ครั้งที่ 2 ก็เลิกเกือบสองทุ่มกว่า ไม่ได้บ่นนะคะ ตอนทำงานเอกชนเราก็ทำกันแบบนี้ แต่เราได้เรื่องได้ข้อสรุป และ next action ที่ชัดเจนพร้อมลุยต่อในวันรุ่งขึ้น
ความรู้สึกที่ 2 ... "เขินชิบ" ทำไมงานในสภา มันเหมือนเป็น "พิธีกรรมเสนอหน้า" ให้พี่น้องชาวบ้านเห็นว่าทำงานอยู่นะจ๊ะ เวลามี ส.ส. ขึ้นอภิปราย แล้วจะเห็นเพื่อน ส.ส. ท่านอื่นย้ายที่นั่งไปอยู่รอบๆเพื่อให้กล้องจับออกช่องรัฐสภา ซึ่งก่อนหน้านี้อยู่ไหนก็ไม่รู้ เอาจริงโคตรจะเขินแทน จะทำงาน จะประชุม จะเดินในสภาต้องมีเก็บภาพโพสท์ลงโซเชียลมีเดีย ตอนแรกก็เขิน แต่ตอนนี้ก็ทำกะเค้าด้วย (เอิ้ก)
ความรู้สึกถัดมา... "ได้ด้วยเหรอวะ" ทำไมหลายคนเหมือนอภิปรายเพื่อทำ content ต่างคนต่าง Dramatize แต่แก่นของเรื่องราวมีอยู่น้อยนิด บางท่านเนื้อหาดีแต่ผิดกาละเทศะ พูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับประเด็นที่กำลังหารือเลย ถ้าอยู่เอกชนโดนสั่งให้หุบปากไปแล้ว
แต่อันที่เลี่ยนๆ คือ ส.ส. หลายคนอภิปรายแบบ "อ่านสคริปท์"
การมีโน้ตเพื่อกันลืม ดูข้อมูลสำคัญไม่ผิดอะไรเลยค่ะ
แต่สคริปท์ที่หลายท่านตั้งอกตั้งใจอ่าน คือข้อความที่มาจากการใช้ ai และน่าจะ prompt แบบ basic เหมือนๆกัน เช่น "ร่างคำอภิปรายในสภาเรื่องฝุ่น เพื่อพูดใน 5 นาที"
ข้อมูลเลยออกมาแบบเดียวกัน สำนวน ai (chatgpt แบบ free ด้วยมั้ง) เหมือนๆกัน เพื่อนๆลองดูดิ มันจะออกมาประมาณ 'นี่ไม่ใช่ปัญหาแบบ xyz แต่มันต้องแก้เชิงระบบ..." วันทั้งวันเรานั่งฟังข้อมูลชุดเดียวที่มาจาก ai โมเดลพื้นฐานแบบเดียวกัน (ไม่เลี่ยนไงไหว)
วันนี้เพื่อน ส.ส. คริส ทนไม่ไหว พูดประเด็นนี้ขึ้นมาการอภิปรายต้องมาจากเจตน์จำนงของ ส.ส. ไม่ควรมีการอ่านจากเอกสารคำต่อคำแบบนี้ ตอนแรกพี่ก็แอบเคือง คริส นะคะ ดึกแล้วจะมาประท้วงอะไรกันตอนนี้ แต่ที่คริสพูดก็ถูกค่ะ
Culture shock ผ่านไป มาสู่การทำความเข้าใจมุมมองอาชีพ "ผู้แทนราษฎร"
เพื่อน ส.ส. 400 คน เป็นตัวแทนของคนในเขตของเขา การที่ได้นั่งฟังเพื่อนๆพูดถึงปัญหาในพื้นที่ตัวเอง ก็เป็นการเปิดโลกให้เข้าใจความต่างและความจำเป็นที่ต้องมี "ผู้แทน หรือ ตัวแทน" ของพี่น้องประชาชน
ยิ่งมีความหลากหลาย ยิ่งต้องใช้เวลา บางทีเราจะรวบรัดบนหลักประสิทธิภาพสูงสุดอย่างเดียวไม่ได้ ข้อมูลหลายท่านเป็นข้อมูลเฉพาะในพื้นที่ แม้จะมีประชากรไม่มาก แต่ความสำคัญในการแก้ปัญหาก็ไม่น้อยกว่าพื้นที่เมืองใหญ่ค่ะ
แต่สิ่งที่อยากให้ช่วยกันเห็นเป้าเดียวกันคือคุณภาพของข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ คุณภาพของการโต้เถียง เพื่อให้สภาไม่ได้เป็นแค่พิธีกรรมของผู้ทรงเกียรติ แต่ทำให้ประเทศไทยเราดีขึ้นได้จริงๆ
ถ้าทุกอาชีพต้องมี upskill & reskill อาชีพ ส.ส. ก็เช่นเดียวกัน
รูปข้างล่าง คือ วันนี้ค่ะ อ้อร่วมยื่นญัตติ เพื่อตั้งกรรมธิการวิสามัญติดตามการแก้ไขปัญหา PM2.5 เอาจริงวันนี้ใจฟู หันไปบอกหัวหน้าและพี่ๆว่า "พี่รู้ไหม อ้อเตรียมตัวมาทั้งชีวิตเพื่อสิ่งนี้" ฟังดูเว่อร์ๆ แต่รู้สึกงั้นจริงๆ เพราะเป็นสิ่งที่ทำมาตลอดต่อเนื่องตั้งแต่อยู่ Futuretales lab / RISC / MQDC วันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของบทบาทดันนโยบายและลงมือทำ ข้อมูลที่มี เพื่อนผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกทั่วไทย ทรัพยากรความคิดทั้งหมด ครั้งนี้ #แม่จะฟาด เพื่ออากาศสะอาดให้ลูกๆนะคะ







