สถานการณ์ภายในพรรคเพื่อไทยหลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่การปรับดุลอำนาจครั้งใหญ่ เมื่อจำนวน สส. ของพรรคหดตัวลงเหลือเพียง 74 ที่นั่ง ส่งผลต่อจำนวนโควตารัฐมนตรีที่พรรคได้รับการจัดสรร โดยคาดว่า จะได้ 5 รัฐมนตรีว่าการ ควบ 1 รองนายกฯ และ 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการ
ภาวะ "เก้าอี้มีน้อยแต่คนรอคอยมีมาก" จึงกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดการงัดข้อกันระหว่างมุ้งการเมืองใหญ่ภายในพรรค โดยเฉพาะ "กลุ่มเดอะซัน" กับ “บ้านจันทร์ส่องหล้า"
1. กลุ่มเดอะซัน: ทุนหนา เก๋าเกม และอำนาจต่อรองสูง
“กลุ่มเดอะซัน” นำทัพโดย “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” และ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” 2 อดีตแกนนำกลุ่มสามมิตร ที่พยายามรักษาสถิติรัฐมนตรีตลอดกาล
จุดแข็ง: กลุ่มเดอะซันมีลักษณะเป็น "นักรบภาคสนาม" ที่เข้าใจกลไกการเมืองระบบอุปถัมภ์ และมีคอนเนกชันในพื้นที่ พวกเขามีเครือข่าย สส. ในสังกัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และบางส่วนของภาคอีสาน
ข้อต่อรอง: ด้วยจำนวน สส. ในมือ และทรัพยากรที่สนับสนุนพรรคในช่วงเลือกตั้ง กลุ่มเดอะซันจึงมีอำนาจต่อรองสูงมาก และมองว่าตนเองมีความชอบธรรมอย่างเต็มที่ในการได้เก้าอี้ "โควตาหลัก" ระดับกระทรวงเกรด A และ B+ เพื่อนำไปหล่อเลี้ยงเครือข่ายและรักษาสรรพกำลังของกลุ่มตนเองเอาไว้
จุดอ่อน: ภาพลักษณ์ของการเป็น "นักการเมืองบ้านใหญ่" อาจขัดแย้งกับแนวทางที่พรรคต้องการปรับลุกให้เป็นพรรคคนรุ่นใหม่ หรือผู้บริหารมืออาชีพในยุคปัจจุบัน
2. กลุ่มบ้านจันทร์ส่องหล้า: สายตรงอำนาจนำ และผู้ควบคุมทิศทาง
“บ้านจันทร์ส่องหล้า” เป็นกลุ่มศูนย์กลางอำนาจที่ขึ้นตรงต่อ “ทักษิณ” และครอบครัวชินวัตร ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์พรรคเพื่อไทยอย่างแท้จริง
จุดแข็ง: มีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจขั้นสุดท้าย กลุ่มนี้คือผู้ถือธงนำของพรรคและมีแรงสนับสนุนจากแกนนำหลัก ทีมยุทธศาสตร์ และโหวตเตอร์ที่เป็นแฟนคลับดั้งเดิม
เป้าหมาย: เป้าหมายหลักของจันทร์ส่องหล้าคือการจัดสรรเก้าอี้ให้กับ "สายตรง" หรือคนทำงานที่ไว้ใจได้ เพื่อผลักดันนโยบายเรือธงของพรรคให้เห็นผลเป็นรูปธรรม และเพื่อรักษาความมั่นคงของศูนย์อำนาจหลักไม่ให้ถูกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแทรกแซง หรือสร้างอำนาจต่อรองเหนือพรรค
จุดอ่อน: พรรคกำลังประสบกับภาวะตกต่ำอย่างหนัก ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดทำผลงานได้ไม่มีดี มีผู้ที่ขึ้นตรงกับบ้านจันทร์ส่องหล้า เข้าสภาได้ต่ำกว่าเป้า อีกทั้งผู้นำจิตวิญญาณ “ทักษิณ ชินวัตร” ยังอยู่ในเรือนจำ ทำให้บารมีของกลุ่มลดลงเป็นอย่างมาก ดังนั้นหากใช้อำนาจหั่นโควตากลุ่มอื่นมากเกินไป อาจเสี่ยงต่อการเกิดคลื่นใต้น้ำ เกิดงูเห่าสีแดงภายในพรรค ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไป
3. รอยร้าวและจุดปะทะ
ปัญหาการจัดแบ่งโควตา : เมื่อโควตามีจำกัด ทำให้การจัดแบ่งเก้ารัฐมนตรีไม่ทั่วถึง โดยกลุ่มเดอะซันเคลมว่า มี สส. ในสังกัดกว่า 30 คน และทำผลงานได้ดีที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ ดังนั้นกลุ่มเดอะซันจะต้องได้เก้าอี้รัฐมนตรีตัวใหญ่
การปล่อยข่าวสกัดกั้น: สถานการณ์เช่นนี้นำไปสู่สงครามข่าวสาร โดยที่ผ่านมาได้มีการปล่อยข่าวว่า ทางภูมิใจไทย ไม่เอา สุริยะ – สมศักดิ์ ร่วม ครม. ขอคนรุ่นใหม่ ซึ่งต่อมาทางภูมิใจไทยก็ออกมาปฏิเสธว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง และเมื่อมีการสืบสาวราวเรื่องก็พบว่า เป็นการปล่อยข่าวจากคนในเพื่อไทยเองนั่นแหละ เพื่อสกัดกั้นผู้นำกลุ่มเดอะซัน ไม่ให้ได้เก้าอี้รัฐมนตรีตัวใหญ่
ศึกชิงโควตาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การแย่งชิงเก้าอี้รัฐมนตรี แต่ยังเป็น “การจัดระเบียบโครงสร้างอำนาจใหม่" ภายในพรรคเพื่อไทยในยุคที่ความนิยมตกต่ำ หากกลุ่มจันทร์ส่องหล้ากดดันกลุ่มเดอะซันมากเกินไป อาจนำไปสู่รอยร้าวที่ยากจะประสาน แต่หากยอมผ่อนปรนมากเกินไป อำนาจนำของศูนย์กลางพรรคก็จะสั่นคลอน…
ซึ่งถือเป็นโจทย์ท้าทายอย่างยิ่งในการบริหารจัดการแรงกระเพื่อมภายใน เพื่อไม่ให้เพื่อไทยกลายเป็นพรรคขนาดเล็ก ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม
#เพื่อไทย #การเมืองไทย #โควตารัฐมนตรี #เดอะซัน #จันทร์ส่องหล้า #จัดตั้งรัฐบาล #siamrathonline







