เมื่อประตูบานหนึ่งปิด ประตูอีกบานจะเปิดหรือไม่? ด้วยเงื่อนไขการร่วมรัฐบาลที่พรรคประชาธิปัตย์เคยประกาศไว้ว่า จะไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรม แถมมัดตึงอีกรอบด้วยมติพรรคประชาธิปัตย์ ทว่าดูเหมือนวันนี้ พรรร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล อาจจะไม่มีพรรคกล้าธรรม นั้นจึงทำให้ไร้เงื่อนไขใดในการเข้าร่วมรัฐบาล ของพรรคประชาธิปัตย์
ฟังสัญญาณจาก ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยอมรับว่าบรรดาโหวตเตอร์ในพื้นที่สนับสนุนให้เข้าร่วมรัฐบาล โดยระบุว่าประชาชนส่วนใหญ่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ว่า อยากให้ร่วมรัฐบาล แต่การจะตัดสินใจอย่างไรต้องถามมติพรรค และต้องหารือกับ สส. และกรรมการบริหารพรรคทุกคน
โดยนายชัยชนะย้ำว่า การตัดสินใจร่วมรัฐบาลจะต้องเป็นมติพรรค ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีเอกภาพอยู่แล้ว วันนี้ชัดเจนว่าเรามี สส. จำนวน 21 คน มติพรรคเป็นอย่างไร หัวหน้าพรรคตัดสินใจอย่างไร ก็ตัดสินใจตามอยู่แล้ว อย่ามองทุกอย่างให้เป็นประเด็นทางการเมือง เพราะเราทำงานเป็นทีมและมีเอกภาพ ไม่มีการแอบดีล ทุกอย่างคุยกันแบบเปิดเผย
แต่ ณ เวลานี้ ยังไม่มีสัญญาณจากพรรคภูมิใจไทย โดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่ายังไม่มีอะไร เพราะฟังจากนายกรัฐมนตรี (อนุทิน ชาญวีรกูล) จะรอเรื่องกระบวนการต่างๆ ให้เสร็จเรียบร้อย ซึ่งเป็นเรื่องมารยาททางการเมือง เราไม่ได้ถึงขั้นต้องปฏิเสธ เพียงแต่พรรคภูมิใจไทยก็ทราบอยู่แล้วถึงจุดยืนของเราว่า หากจะเข้าร่วมเราก็ยึดถือสิ่งที่เราได้พูดกับประชาชนไว้ในเงื่อนไขต่างๆ มีอะไรบ้าง
นอกจากนี้ ยังแสดงความพร้อมในการทำหน้าที่เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อ โดยพรรคได้เตรียมงานฝ่ายนิติบัญญัติไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ที่สำคัญหน้าที่สำคัญคือการผลักดันกฎหมายต่างๆ โดยเฉพาะกฎหมายที่ได้หาเสียงไว้
กระนั้นเมื่อพิจารณาแล้ว จะเห็นว่า "ประตู" ของประชาธิปัตย์ไม่ได้ถูกปิดตาย แต่เป็นการรอคอย "เงื่อนไขที่เหมาะสม" และเมื่อไม่มีตัวแปรอย่างพรรคกล้าธรรมมาเป็นเงื่อนไข ประชาธิปัตย์ 21 เสียง ก็มีโอกาสเป็นกำลังสำคัญในรัฐบาลของ "อนุทิน" ได้อย่างแน่นอน
จึงแทบไม่มีเหตุผลอะไรที่พรรคประชาธิปัตย์จะไม่เข้าร่วมรัฐบาล เว้นแต่พรรคภูมิใจไทยจะปฏิเสธพรรคประชาธิปัตย์เสียเอง
#ประชาธิปัตย์ #ร่วมรัฐบาล #การเมืองไทย #อนุทิน #เฉลิมชัยศรีอ่อน #ข่าวการเมือง







