บทความ บทวิเคราะห์

“คดีเบน สมิธ” ทำพิษ ! เตะตัดขา “ธรรมนัส” จับตา “ภท.” ไม่แจกตั๋วร่วม "รัฐบาลใหม่"

แชร์ข่าว

วันนี้ 4 มีนาคม 69 “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” หรือ กกต. จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสส.ระบบบัญชีรายชื่อ อย่างเป็นทางการ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการเริ่มต้นตั้ง “รัฐบาลใหม่”

แม้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ตอนนี้อย่าเพิ่งไปไกลถึง “หน้าตารัฐบาลใหม่” ขอให้เลือก “ประธานสภาฯ”  และ “นายกฯคนใหม่” ให้จบก่อนก็ตาม

และขณะที่ “ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์”  เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุถึงกรณีการเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก ว่า ต้องรอดูว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะรับรอง สส. ครบ 95% หรือ 100% ในวันไหน

แต่ในความเป็นจริงแล้ว การฟอร์มรัฐบาลใหม่ “อนุทิน2/1” นั้นถูกจับตาและเชื่อว่า ทุกอย่าง “เกือบสะเด็ดน้ำ” หมดแล้ว ว่าในรัฐบาลใหม่ นั้นมีกี่สี มีกี่พรรค  

เมื่ออนุทิน ในฐานะรักษาการนายกฯ ยังไม่ต้องเปิดเผยหน้าตาครม.ใหม่ เพื่อลดแรงเสียดทานทางการเมือง โดยเฉพาะการตอบคำถามสื่อว่า สรุปแล้ว มี “พรรคกล้าธรรม” เข้าร่วมด้วยหรือไม่

ปมประเด็นของพรรคกล้าธรรม นั้นดูจะมีความซับซ้อน ทั้งในมิติของ กระแสสังคมที่กำลังกดดัน ให้พรรคภูมิใจไทย ต้องเลือกว่าจะดึงเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ล่าสุด ตำรวจสอบสวนกลาง ออกหมายจับ “เบน สมิธ” และภรรยา ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง สมคบร่วมกันฟอกเงิน หลอกลวงกลุ่มนักธุรกิจชาวต่างชาติมาร่วมลงทุนหลายโครงการ จนสูญเงินรวมกันกว่า 1,000 ล้านบาท กำลังกลายเป็น “เงื่อนไข” ที่ทำให้พรรคกล้าธรรม อาจถูกผลักให้ห่างออกไปจาก “ขบวนรัฐบาลใหม่” หรือไม่

“วิฑูร เก่งงาน”  ทนายความของ “เบน สมิธ”  ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีตํารวจออกหมายจับ “เบน สมิธ” โดยระบุว่า ข้อกล่าวหาที่ตํารวจสอบสวนกลาง CIB ตั้งในการออกหมายจับนั้น แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่นักการเมืองหรือใครหลาย ๆ คนออกมาพูดว่าเบน สมิธ เป็นนักฟอกเงินหรือสแกมเมอร์นั้นเป็นเรื่องเล่าที่ถูกสร้างขึ้นหวังใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อโจมตี ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม หรือไม่

อย่าลืมว่า เบน สมิธ คือตัวละครสำคัญเพราะเขาเองเคยถ่ายภาพร่วมกับ "บิ๊กการเมือง" ไปจนถึงนักการเมือง และอดีตบิ๊กทหาร รวมทั้งอนุทิน เองก็เคยมีภาพร่วมกับเบน สมิธ ต่อมาเจ้าตัวบอกว่า "รู้จัก แต่ไม่สนิท" ส่วนร.อ.ธรรมนัส เพิ่งตอบคำถามสื่อ ล่าสุดว่า คดีของเบน สมิธ มีขึ้นก่อนที่เขาจะรู้จักกันด้วยซ้ำ !

คดีเบน สมิธ จะเชื่อมโยง หรือกลายเป็น “เครื่องมือ” ทางการเมือง ที่จะถูกนำมาใช้เป็นเงื่อนไข ของการประกอบร่าง “รัฐบาลใหม่” จริงหรือไม่ก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่าประเด็นดังกล่าวนี่เองที่สื่อ ซักถามนายกฯอนุทิน หลายต่อหลายครั้ง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา นายกฯอนุทิน ตอบชัดเจนว่า เขาเองไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายเรื่องคดีต่างๆ และไม่คิดว่าเรื่องนี้จะทำให้เกิด “แรงกระเพื่อม” ในห้วงของการจัดตั้งรัฐบาล

“ ไม่มีปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน ความเสียหายของประเทศชาติมีความสำคัญกว่า เรื่องการจัดตั้งรัฐบาล หรือจะต้องไปเกรงใจนักการเมือง  หรือผู้มีอิทธิพลคนไหนไม่มีความหมายเลยตรงนี้”

อนุทิน ตอบคำถามสื่อที่ตั้งข้อสังเกตว่า  คดีนี้อาจไปล็อกคอแกนนำบางพรรคหรือไม่

วันที่ 8-9 มี.ค.นี้ จะมีการสัมมนาพรรคภูมิใจไทย ซึ่งจะเป็นความเคลื่อนไหวที่หลายฝ่ายประเมินว่าหลังจากนี้ จะได้เห็นความชัดเจนว่า หน้าตาของรัฐบาลใหม่ จะมีใครบ้าง แต่ในระหว่างนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า “แรงกระเพื่อม” ต่างๆ ที่ตั้งเค้าจะด้วยดำเนินไปตามกระบวนการขั้นตอนหรือจงใจ ก็ล้วนแล้วแต่ “มีผล” ต่อการพิจารณา “ตั๋วพิเศษ” ที่พรรคสีน้ำเงิน จะมอบให้ “ใคร” ได้ทั้งสิ้น