เกษตร

จับตาหลักเกณฑ์ใหม่ "นมโรงเรียน 2569" เมื่อผลประชาพิจารณ์ยังไม่ถูกเปิดเผย

แชร์ข่าว

โครงการนมโรงเรียน ปีการศึกษา 2569 กำลังถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง ภายหลังการประกาศหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินงานฉบับใหม่ ซึ่งแม้จะมีความพยายามยกระดับมาตรฐานด้านคุณภาพและการกำกับดูแล แต่ยังมีข้อสังเกตสำคัญในประเด็นความชัดเจนและความโปร่งใสของกระบวนการนโยบาย

ประเด็นหนึ่งที่ได้รับความสนใจ คือ การยังไม่มีการเปิดเผยผลการประชาพิจารณ์อย่างเป็นทางการ ทั้งในส่วนของข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และแนวทางการนำความคิดเห็นดังกล่าวไปใช้ในการกำหนดหลักเกณฑ์ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ

ขณะเดียวกัน แม้หลักเกณฑ์ใหม่จะมีการกำหนดมาตรการควบคุมคุณภาพน้ำนม และบทลงโทษกรณีไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่เข้มงวดมากขึ้น แต่ในส่วนของโครงสร้างการจัดสรรสิทธิ์หรือโควตา ยังไม่ปรากฏตัวเลขที่ชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นสัดส่วนที่เคยเป็นข้อถกเถียงในระบบ การไม่มีรายละเอียดเชิงปริมาณ อาจก่อให้เกิดความไม่แน่นอนในทางปฏิบัติ และนำไปสู่ความกังวลในเรื่องความเป็นธรรมในการจัดสรรสิทธิระหว่างผู้ประกอบการและเกษตรกร

นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตว่า มาตรการที่เน้นการควบคุมคุณภาพ แม้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค แต่ยังไม่ตอบโจทย์ปัญหาเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมโคนมอย่างครบถ้วน อาทิ ภาวะน้ำนมดิบล้นตลาด หรือข้อจำกัดในการเข้าถึงช่องทางจำหน่ายของเกษตรกรรายย่อย จากสถานการณ์ดังกล่าว จึงมีคำถามสำคัญต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ากระบวนการประชาพิจารณ์สะท้อนความคิดเห็นของทุกภาคส่วนอย่างเพียงพอหรือไม่ เหตุใดจึงยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ และหลักเกณฑ์ใหม่จะสามารถสร้างความสมดุลและความเป็นธรรมในระบบได้เพียงใด ในระยะต่อไป การสร้างความชัดเจนของกติกา และการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส อาจเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อโครงการ ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ และนักเรียนทั่วประเทศ

จับตา “นมโรงเรียน 2569”

– ยังไม่เปิดผลประชาพิจารณ์

– โควตายังไม่มีตัวเลขชัดเจน

– ความโปร่งใสและความเป็นธรรม ยังเป็นคำถาม

#นมโรงเรียน #โควตานม2569 #ประชาพิจารณ์ #นโยบายสาธารณะ #ความโปร่งใส #เกษตรกรไทย #เศรษฐกิจฐานราก