"จุดแตกหักหรือแค่ถอยฉาก? ปิยบุตร แสงกนกกุล สะบัดมีดโกนอาบยาพิษ ทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่ใส่พรรคประชาชน แฉยับพรรคส้มกำลังกลายเป็นรังของนักการเมืองหิวแสงที่จ้องชุบตัวเป็นมหาอำมาตย์รายใหม่ ลั่นประชาธิปไตยไม่ใช่การทำตามอำเภอใจจนไร้วินัย พร้อมเฉลยเหตุผลขอกลับไปอยู่หลังห้องสมุด... หรือนี่จะเป็นการจากลาถาวรของศาสดาทางความคิด?"
จังหวะการดีดตัวออกจากพรรคประชาชนของ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า พร้อมเฉลยเหตุผลที่จะต้องเลือกกลับไปอยู่หลังห้องสมุด แต่ก็ทิ้งระเบิดลูกใหญ่หลายลูก
“การเป็นพรรคที่กลายเป็นยานพาหนะให้ปัจเจกบุคคลมาใช้เพื่อให้ตนเองได้ขยับสถานะทางชนชั้นขึ้นเป็นมหาอำมาตย์ทางการเมืองรายใหม่ หรือได้มีแสงส่องมาที่ตนเอง”
“มิใช่ประชาธิปไตยเฟ้อ ใครอยากทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจโดยไม่ต้องมีวินัย”
“พรรคการเมือง... ต้องประสาน 2 สิ่งที่อาจขัดแย้งกันเข้าไว้ด้วยกัน นั่นคือ รวมศูนย์ + ประชาธิปไตย”
“หากยังแก้ประเด็นนี้ไม่ตก วันข้างหน้าก็จะมีดราม่าเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า วนไปวนมา จนต้องแก้ปัญหาดราม่าหยุมหยิมจนไม่ได้ทำงานใหญ่”
จากถ้อยความของ “คลังสมอง” ตัวกลั่น ที่เปรียบเหมือนคนวางรากฐานอุดมการณ์ของพรรคส้ม ออกมาสะบัดมีดโกนกรีดแผลพรรคที่ตนเองถนอมกล่อมเกลี้ยงมา จึงน่าสนใจอย่างยิ่ง
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นซ้ำซากตั้งแต่อนาคตใหม่มาจนถึงพรรคประชาชน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องของ “ทัศนคติในการบริหารอำนาจ” ที่ต่างกัน องคาพยพใหม่ของพรรคที่เต็มไปด้วย “ปัจเจกบุคคล” ที่โหยหาแสงและเสรีภาพจนล้นเกิน
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รอยร้าวในพรรคส้มปรากฏรอยปริแยก หากนับเฉพาะครั้งใหญ่ๆ ที่ปรากฏต่อสาธารณะ เราจะเห็นสัญญาณเตือนภัยมาเป็นระยะ
ครั้งที่ 1 (ยุคอนาคตใหม่): ความขัดแย้งเรื่องการคัดเลือกผู้สมัคร สส. และการบริหารแบบรวมศูนย์ที่แกนนำบางส่วน (เช่น กลุ่มคริส โปรตะนันท์) มองว่าไม่เป็นประชาธิปไตยจริง จนเกิดการลาออกยกกลุ่ม
ครั้งที่ 2 (ยุคก้าวไกล - กุมภาพันธ์ 2566): นี่คือครั้งที่รุนแรงที่สุด เมื่อ ปิยบุตร ปะทะ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผ่านโซเชียลมีเดีย ปิยบุตรวิจารณ์ว่าพรรคก้าวไกลกำลัง “ถอยห่างจากอุดมการณ์เดิม” จนธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ต้องลงมาเป็นกาวใจ ปรากฏภาพกอดกันสยบดราม่าก่อนเลือกตั้งปี 66
ครั้งที่ 3 ครั้งล่าสุด มีนาคม 2570: ปิยบุตรเลือก “ดีดตัว” ออกมาอย่างเป็นทางการหลังจากจบภารกิจหาเสียงเลือกตั้งกุมภาพันธ์ โดยให้เหตุผลเรื่องการคืนสู่อิสระในการเขียนและคิด
ก่อนหน้านี้ กรณีของธิษะณา ชุณหะวัณ หรือการขัดแย้งของ สส. ในพื้นที่ เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งที่ประจานความอ่อนแอของวินัยภายในพรรค ซึ่งปิยบุตรทนดูไม่ได้อีกต่อไป
การดีดตัวของ “ปิยบุตร” รอบนี้ ที่สลัดทิ้งหน้าที่ "พี่เลี้ยง" ไม่แน่ว่าจะเป็นการจากลาอย่างถาวร หรืออาจได้มูฟออนเป็นวงกลมกลับมาใหม่หรือไม่ แต่ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยครั้งสุดท้ายก่อนพายุใหญ่จะมาเยือน
#ปิยบุตร #พรรคประชาชน #เลขาธิการคณะก้าวหน้า #สสส้ม #ดราม่าการเมือง #อนาคตใหม่ #ก้าวไกล







