ยิ่งนับวัน ยิ่งชัดเจนว่า “กล้าธรรม” ไม่ได้อยู่ในสมการ “รัฐบาลใหม่” แม้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะออกมาย้ำอยู่หลายรอบแล้วว่า”ดีล” ประสานพรรคการเมือง เพื่อดึงมาร่วมรัฐบาล นั้นยังไม่ปิด เพราะยังไม่ได้เปิดด้วยซ้ำ ก็ตาม !
พรรคประชาธิปัตย์ พรรคอันดับ5 ไม่ได้รีรอหรือ ทอดสะพานแห่งไมตรี เพื่อรอรับสาย จากอนุทิน ตามที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุเอาไว้ และดูเหมือนว่า พรรคสีฟ้า พร้อมที่จะดำเนินบทบาท “ฝ่ายค้าน” ตรวจสอบฝ่ายบริหารในสภาฯ เสียแล้ว
แต่ขณะที่ “พรรคกล้าธรรม” ของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เองยังอยู่ในโหมดรีๆรอๆ ว่าจะไฟเขียว มีลุ้นเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ แถมยังใช้กลยุทธ์ ทั้งขู่ ทั้งปลอบ ส่งสัญญาณไปยัง “เนวิน ชิดชอบ” ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด นอกจากอนุทิน แล้ว
ท่ามกลางความวุ่นวายที่ก่อตัวขึ้นและหลายฝ่ายยังจับตาว่าเมื่อร.อ.ธรรมนัส เดินทางกลับมาถึงไทย ในวันที่ 25 ก.พ.แล้ว ปรากฏความเคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 ก.พ.นี้ นั่นคือการพูดคุยกันระหว่าง “พรรคเพื่อไทย”กับ พรรคภูมิใจไทย
หมายความว่า 24 ก.พ.นี้ เพื่อไทยกับภูมิใจไทย จะมีความชัดเจนและลงตัวแล้วว่า “ใคร” จะได้คุมกี่กระทรวง โดยล่าสุดมีรายงานว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ “ 8 เก้าอี้” แบ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ 4 เก้าอี้ และรัฐมนตรีช่วย 4 เก้าอี้
เบื้องต้นพรรคเพื่อไทยวางตัว “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ให้ดำรงตำแหน่ง รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ขึ้นอยู่กับนายยศชนันจะตัดสินใจรับตำแหน่งหรือไม่
ทั้งนี้มีรายงานว่า แม้อนุทิน จะบอกกับสื่อว่าดีลตั้งรัฐบาลยังไม่เปิด เนื่องจากต้องรอการรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ จาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมีกรอบในการรับรอง สส. อยู่ใน 60 วันหรือ 2 เดือนนับจากเสร็จสิ้นวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.ที่ผ่านมา
แต่ในความเป็นจริงแล้ว สองพรรคใหญ่ ได้พูดคุยกับจนได้ข้อยุติไปแล้ว โดยเฉพาะการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล ตามคำเชิญของพรรคสีน้ำเงิน เพราะไม่เช่นนั้นจะมีซีน การจับมือกันระหว่างยศชนัน กับอนุทิน ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ จำนวนเก้าอี้ รัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทยได้จัดสรรให้พรรคเพื่อไทย ใช้สัดส่วนสส. 10 คนต่อ 1 เก้าอี้ โดยในส่วนของพรรคเพื่อไทย มี 74 สส. ได้นำเอา “ 5 สส.” ของพรรคประชาชาติ เข้ามารวมด้วย จึงทำให้จบที่ 8 เก้าอี้ ในโควตา “ 80 สส.” คือ เพื่อไทย 74+ ประชาชาชาติ 5 รวม 79
สำหรับพรรคเพื่อไทย แล้ว ไม่ว่าวันนี้จะถูกครหา ถูกโจมตีว่าเป็น พรรคต่ำร้อย แต่ประเด็นที่เหนือกว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์ คือการพาตัวเองเข้าร่วมรัฐบาล เข้าไปเป็น “ฝ่ายบริหาร” ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาทางการเมืองตามมาทันที
โดยเฉพาะปัญหา พรรคแตก พรรคสีน้ำเงิน อย่างภูมิใจไทย คือตัวแทน “อนุรักษ์นิยม” ที่มีความพร้อมมากที่สุดเวลานี้ จึงไม่อยากที่จะเกิด “แรงดึงดูด” ให้สส.จากพรรคเพื่อไทยหรือแม้แต่ พรรคกล้าธรรม ของร.อ.ธรรมนัส เองที่หากไปเป็นฝ่ายค้าน โอกาสที่พรรคจะอยู่ในภาวะระส่ำ ใช่วว่าจะไม่เกิดขึ้น
ในวันพรุ่งนี้ 24 ก.พ. การเจรจาระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย ที่จะมีขึ้น 1 วันก่อน ร.อ.ธรรมนัส แลนด์ดิ้งถึงเมืองไทย พุธที่ 25 ก.พ.น่าจะมีความชัดเจน มากพอที่จะเป็นคำตอบได้เลยว่า ดีลตั้งรัฐบาล 300 เสียงนั้นปิดลงจริงๆแล้ว
และจากนี้ รัฐบาลผสม ที่ผสมสีกันระหว่าง “แดง” กับ “น้ำเงิน” จะกลมกล่อม หรือพร้อมที่จะ “งัดข้อ” กันในวันข้างหน้า ยังมีปมประเด็นที่เชื่อมโยงกับการที่ทักษิณ จะได้ “พักโทษ” ตามกำหนดในเดือนพ.ค.นี้ จะผ่านฉลุย หรือมีอุปสรรคใดให้ต้องติดขัดอีกหรือไม่








