บทความ บทวิเคราะห์

ตัดเสบียง คุมกระทรวง ผูกทุนใหญ่ ภูมิใจไทยสถาปนา 5 เสาหลัก ล็อกอำนาจผ่าน “ขุนนางนวัตกรรม”

แชร์ข่าว

จากเกมตัดวงจรฐานราก สู่การคุมกระทรวงเศรษฐกิจ และเชื่อมสายสัมพันธ์ทุนใหญ่ ภูมิใจไทยกำลังวางโครงสร้างอำนาจใหม่ผ่านโมเดล “ขุนนางนวัตกรรม” ที่ผสานเทคโนแครต ราชการ และทุนเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น นี่ไม่ใช่แค่การต่อรองเก้าอี้ แต่คือการสถาปนา 5 เสาหลักเพื่อ “ล็อกเกมระยะยาว” ในสมการการเมืองไทย

ในสมรภูมิการเมืองที่ตัวเลข ส.ส. ไม่ได้เป็นคำตอบสุดท้ายของอำนาจอีกต่อไป พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล กำลังขยับเกมจากการเป็น “พรรคร่วมรัฐบาล” ไปสู่การเป็น “สถาปนิกโครงสร้างอำนาจใหม่” อย่างแนบเนียน หากมองเพียงจำนวนที่นั่งในสภา อาจประเมินผิดพลาด แต่ถ้าส่องลึกลงไปในระดับดีเทล จะเห็นการวางหมากเป็นระบบเพื่อสร้าง 5 เสาหลักค้ำยันพรรคสีน้ำเงินให้กลายเป็นแกนกลางทางอำนาจระยะยาว

เสาแรก คือยุทธศาสตร์ “ขุนนางนวัตกรรม” การดึงเทคโนแครตสายตรงเข้ามาผนึกกำลังกับพรรคอย่างเป็นเนื้อเดียว ไม่ใช่แค่การแต่งตั้งคนนอกมาประดับภาพลักษณ์ หากแต่เป็นการเชื่อมขั้วอำนาจเก่าในระบบราชการกับนักบริหารรัฐวิสาหกิจเข้ามาสร้างรัฐบาลเทคโนแครตสีน้ำเงิน กระทรวงเกรดเออย่างพลังงานหรือดิจิทัลจึงไม่ใช่เพียงตำแหน่งทางการเมือง แต่คือหัวหาดในการวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่ รัฐมนตรีหน้าฉากเป็นมืออาชีพที่ตลาดทุนยอมรับ หลังฉากคือกลไกพรรคที่กำกับทิศทาง นี่คือโมเดลลดแรงเสียดทานจากการตรวจสอบ ขณะเดียวกันก็สร้างความเชื่อมั่นให้ทุนใหญ่รู้สึกว่า “รัฐกำลังนิ่ง”

เสาที่สอง คือการจัดการศัตรูเชิงโครงสร้าง ปฏิบัติการ “ล้อมคอก” เพื่อปิดเส้นทางเสบียงของกลุ่มการเมืองที่เคยทรงอิทธิพลอย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่ใช่แค่กันไม่ให้เข้าคณะรัฐมนตรี แต่คือการตัดวงจรทรัพยากรในระดับฐานราก การเข้าไปคุมกลไกน้ำและที่ดินอย่างกรมชลประทานหรือ ส.ป.ก. เท่ากับเปลี่ยนท่อน้ำเลี้ยงทางการเมืองให้ไหลเข้าสู่พรรคสีน้ำเงินแทน

เมื่อทรัพยากรถูกจัดวางใหม่ อำนาจต่อรองก็เปลี่ยนมือโดยปริยาย ยิ่งเมื่อพรรคแกนนำอย่าง พรรคเพื่อไทย ต้องรักษาภาพลักษณ์รัฐบาลสีขาว การโอบอุ้มกลุ่มที่มีชนักติดหลังจึงกลายเป็นต้นทุนทางการเมืองที่สูงขึ้นทุกวัน สุดท้ายคนที่เคยเป็น “ผู้กำหนดเกม” อาจเหลือเพียงบทบาท “ผู้ถูกโดดเดี่ยว”

เสาที่สาม คือการชุบตัวผ่าน Soft Power และทุนโครงสร้างพื้นฐาน ภูมิใจไทยกำลังรีแบรนด์ตัวเองจากภาพ “บ้านนอกเข้ากรุง” สู่พรรคที่คุมเศรษฐกิจมหภาค การเชื่อมโยงนโยบายกับโปรเจกต์ยักษ์ เช่น Landbridge หรือสัมปทานพลังงาน ถูกออกแบบให้ไหลลื่นแบบ Seamless Governance เทคโนแครตเป็นผู้ลงนาม ทุนใหญ่เป็นผู้ลงทุน พรรคเป็นผู้กำหนดทิศทาง ภาพลักษณ์จึงค่อย ๆ เปลี่ยนจากข้อครหาคอร์รัปชัน มาเป็นการ “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” ในสายตาชนชั้นกลาง

เสาที่สี่ คือการวางตัวเป็น “New Conservative” ทางเลือกที่ปลอดภัยท่ามกลางความอ่อนล้าจากความขัดแย้งแดงกับส้ม พรรคไม่ชนตรงกับกระแสอุดมการณ์จัดจ้าน แต่ชูความพร้อมบริหารแบบมืออาชีพที่จงรักภักดี นี่คือการเก็บคะแนนจากกลุ่มชนชั้นกลางเมืองใหญ่และคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเสถียรภาพมากกว่าการปะทะเชิงสัญลักษณ์ ภูมิใจไทยจึงไม่เร่งเร้าอารมณ์ แต่เน้นความนิ่ง ความชัวร์ และความต่อเนื่อง

เสาที่ห้า ซึ่งสำคัญไม่แพ้กัน คือการสถาปนาพรรคให้เป็น “Kingmaker ถาวร” ต่อให้ไม่ได้ครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ถ้าคุมกระทรวงยุทธศาสตร์ คุมทรัพยากรฐานราก และคุมสายสัมพันธ์ทุนได้ เกมอำนาจก็ยังหมุนรอบพรรคสีน้ำเงิน การเป็นศูนย์กลางประสานผลประโยชน์ระหว่างระบบราชการ ทุน และการเมือง คือการสร้างภูมิคุ้มกันในวันที่สมการรัฐบาลเปลี่ยน

คำถามคือ เกมนี้ใครได้ใครเสีย? ผู้ได้ประโยชน์ชัดเจนคือภูมิใจไทยเอง หากสามารถประคองสมดุลระหว่างภาพลักษณ์มืออาชีพกับการเมืองเชิงเครือข่ายได้สำเร็จ พรรคจะกลายเป็นแกนกลางที่ทุกฝ่ายต้องง้อ ขณะที่กลุ่มการเมืองฐานรากที่พึ่งพาทรัพยากรแบบเดิมอาจเสียพื้นที่ต่อรอง พรรคแกนนำรัฐบาลเองก็ต้องเผชิญความจริงใหม่ว่า อำนาจที่แท้จริงไม่ได้อยู่แค่ในทำเนียบ แต่กระจายอยู่ในโครงสร้างที่ถูกจัดวางใหม่อย่างเงียบงัน

อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงก็มี หากการผูกพันกับทุนใหญ่แน่นเกินไป จนอ่อนไหวต่อแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ หรือหากภาพ “ขุนนางนวัตกรรม” ถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส กระแสตีกลับอาจรุนแรงกว่าที่คาด การสถาปนา 5 เสาหลักจึงเป็นทั้งโอกาสและเดิมพันสูงสุด

การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่อำนาจไม่ได้วัดกันแค่เสียงในสภา แต่เป็นการจัดวางโครงสร้างอำนาจใหม่ทั้งระบบ และหากอ่านเกมไม่ผิด ภูมิใจไทยกำลังทดลองโมเดลที่ผสานเทคโนแครต ทุน และฐานรากเข้าด้วยกันอย่างมีแบบแผน

คำตอบสุดท้ายจะออกหน้าไหน ยังต้องรอการพิสูจน์ แต่ที่แน่ ๆ เกมนี้ไม่ได้เล่นสั้น และผู้ที่ประเมินเพียงตัวเลข อาจพลาดเห็นภาพใหญ่ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันใต้ผิวน้ำ

#ภูมิใจไทย #อนุทินชาญวีรกูล #ธรรมนัส #รัฐบาลเทคโนแครต #ขุนนางนวัตกรรม #การเมืองไทย #จัดตั้งรัฐบาล #วิเคราะห์การเมือง #Kingmaker #สยามรัฐ