ภาพรวมตลาดสินค้าเกษตรไทยในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สะท้อนให้เห็นถึงแรงขับเคลื่อนสำคัญจากปัจจัยบวกเฉพาะหน้าอย่างเทศกาลตรุษจีนที่ช่วยพยุงและผลักดันราคาเนื้อสัตว์ให้ขยับตัวขึ้น ขณะที่กลุ่มพืชไร่และวัตถุดิบอาหารสัตว์ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากกลไกตลาดโลกที่ผันผวนและการเฝ้าระวังทิศทางนโยบายการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงความเคลื่อนไหวของตัวเลขราคา แต่ยังบ่งบอกถึงการปรับสมดุลครั้งสำคัญในห่วงโซ่อุปทานเกษตรไทยที่ต้องรับมือกับทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยลบจากตลาดโภคภัณฑ์ล่วงหน้า
ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจที่สุดอยู่ที่กลุ่มโปรตีนและเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะ "ไก่เนื้อ" ที่ราคาสามารถขยับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิม 39 บาท ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากอุปสงค์ที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน การจับจ่ายใช้สอยที่คึกคักประกอบกับปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้กำลังซื้อในตลาดสดและอุตสาหกรรมอาหารกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง สอดคล้องกับสถานการณ์ของ "สุกร" ที่แม้ราคาจะยังคงทรงตัวอยู่ในกรอบ 54-56 บาทต่อกิโลกรัม แต่ถือเป็นการยืนระยะได้อย่างแข็งแกร่งท่ามกลางมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาอย่างเข้มงวด ทั้งการจำหน่ายเนื้อหมูราคาประหยัดและการตัดวงจรลูกสุกรทำหมูหันเพื่อควบคุมปริมาณผลผลิตส่วนเกินในระบบ
ในฟากของวัตถุดิบอาหารสัตว์ "ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์" ในประเทศมีการปรับราคาขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่หาบละ 606 บาท ตามกลไกการค้าเสรีที่ตอบรับต่อความต้องการของโรงงานอาหารสัตว์ แม้ว่าในตลาดล่วงหน้านครชิคาโก (CBOT) สัญญาข้าวโพดจะส่งสัญญาณปรับลดลงเล็กน้อยที่ 4.2575 ดอลลาร์ต่อบุชเชลก็ตาม สาเหตุสำคัญมาจากความกังวลของเกษตรกรในสหรัฐฯ ต่อภาวะกำไรที่ถดถอยต่อเนื่องจนอาจนำไปสู่การลดพื้นที่เพาะปลูกในปีนี้ ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ประกอบการไทยต้องเฝ้าระวังเพราะอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้าในอนาคตอันใกล้ เช่นเดียวกับสถานการณ์ "ถั่วเหลือง" ที่ตลาดกำลังจับตาดูท่าทีของจีนภายหลังจบเทศกาลตรุษจีนว่าจะมีคำสั่งซื้อเพิ่มเติมจากสหรัฐฯ ตามการคาดการณ์หรือไม่ ท่ามกลางรายงานการสกัดถั่วเหลืองในสหรัฐฯ ที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
สำหรับกลุ่มสินค้าที่ทรงตัวอย่าง "ปลาป่น" และ "ไข่ไก่" ยังคงอยู่ในสภาวะรอคอยปัจจัยใหม่ โดยราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มยังคงรักษาระดับที่ 3.20 บาทต่อฟอง ขณะที่ตลาดปลาป่นยังคงไร้ความเคลื่อนไหวเนื่องจากอยู่ในช่วงรอกำหนดโควตาการจับปลาฤดูกาลใหม่จากประเทศเปรูในช่วงเดือนเมษายน และตลาดจีนที่ยังไม่เปิดทำการเต็มรูปแบบ ส่วนตลาด "ข้าว" นั้น ในสัปดาห์นี้อยู่ในภาวะชะลอตัวชั่วคราวจากการงดประชุมของสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยในช่วงเทศกาล ทำให้ภาพรวมราคาในสัปดาห์นี้ไม่มีการขยับเขยื้อนที่เป็นนัยสำคัญ
สถานการณ์ในสัปดาห์นี้ชี้ให้เห็นว่า แม้ราคาสินค้าเกษตรบางรายการจะได้รับอานิสงส์จากปัจจัยทางวัฒนธรรมและฤดูกาลท่องเที่ยว แต่ในระยะยาวความผันผวนของราคาวัตถุดิบนำเข้าและความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ยังคงเป็น "โจทย์หิน" ที่ภาคเกษตรไทยต้องบริหารจัดการอย่างระมัดระวัง แนวโน้มในสัปดาห์ถัดไปคาดว่าราคาส่วนใหญ่จะเริ่มเข้าสู่ภาวะสมดุลและทรงตัวต่อเนื่องเมื่อแรงส่งจากเทศกาลเริ่มซาลง การติดตามข้อมูลเชิงลึกและการบริหารจัดการต้นทุนจึงเป็นหัวใจสำคัญสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการในการรับมือกับความไม่แน่นอนของตลาดโลกที่อาจเกิดขึ้นในไตรมาสที่สองของปี








