นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้หารือร่วมกับองค์กรเกษตรกรและผู้ประกอบการรายใหญ่ในห่วงโซ่การผลิต ทั้งผู้เลี้ยงสุกร ไก่เนื้อ และไก่ไข่ เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาด รวมถึงกำหนดแนวทางบริหารจัดการราคาให้สอดคล้องกับต้นทุน โดยไม่ให้เป็นภาระแก่ผู้ผลิตและกระทบผู้บริโภคมากเกินไป
ทั้งนี้ จากการติดตามพบว่า การปรับราคาสินค้าในช่วงที่ผ่านมา มีปัจจัยหลักจากสภาพอากาศร้อนจัดตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้สัตว์กินอาหารลดลง โตช้า อัตราการให้ผลผลิตลดลง โดยเฉพาะไก่ไข่ที่ให้ผลผลิตน้อยลงและมีขนาดเล็กลง ขณะเดียวกัน เกษตรกรยังมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการใช้น้ำและไฟฟ้าเพื่อระบายความร้อนในฟาร์ม
ด้านนายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ระบุว่า ราคาสุกรหน้าฟาร์มที่ปรับเพิ่มขึ้น เป็นเพียงการฟื้นตัวจากภาวะขาดทุนสะสมในช่วงที่ผ่านมา โดยราคาประกาศอยู่ที่ 72 บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาซื้อขายจริงยังไม่เกิน 68 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าใกล้เคียงต้นทุน ขณะที่ราคาขายปลีกมีแนวโน้มทรงตัว จากภาวะการค้าและการบริโภคที่ชะลอลงตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก
เช่นเดียวกับภาคไก่เนื้อ นายสมบูรณ์ วัชรพงษ์พันธ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อระบุว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้คำสั่งซื้อจากต่างประเทศลดลง ประกอบกับผู้เลี้ยงเร่งเพิ่มผลผลิตหลังผ่านช่วงอากาศร้อน ทำให้ปริมาณสินค้าเริ่มเพิ่มขึ้นและราคามีแนวโน้มปรับลดลงเข้าสู่ภาวะปกติในระยะถัดไป
ขณะที่นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ระบุว่า ปริมาณไข่ไก่จะลดลงในช่วงหน้าร้อนตามฤดูกาล แต่จะทยอยเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน โดยราคายังขึ้นอยู่กับต้นทุนและปริมาณผลผลิตในตลาด
ทั้งนี้ ผู้เลี้ยงสุกร ไก่เนื้อ และไก่ไข่ ยืนยันพร้อมร่วมมือกันตรึงราคาสินค้าให้อยู่ในระดับเหมาะสม เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน แม้จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อค่าขนส่งและต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ในห่วงโซ่การผลิต
รองอธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ ได้จัดจำหน่ายสินค้าในราคาประหยัดผ่านงาน “ธงฟ้าราคาประหยัด” ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาค เพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพ พร้อมติดตามสถานการณ์สินค้าอย่างใกล้ชิด และหารือกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการราคามีความเหมาะสม
พร้อมกันนี้ กรมการค้าภายในยังคงกำกับดูแลราคาสินค้าอย่างเข้มงวด หากพบการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1569 โดยผู้กระทำผิดมีโทษตามกฎหมาย ทั้งปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ







