ตลาดสินค้าเกษตรในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม 2569 สะท้อนถึงสภาวะการปรับสมดุลของกลไกตลาดโลกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตในประเทศ โดยมีจุดโฟกัสสำคัญอยู่ที่ความเคลื่อนไหวแบบ "สวนทาง" ของวัตถุดิบอาหารสัตว์หลักอย่าง ข้าวโพด และ กากถั่วเหลือง ท่ามกลางบรรยากาศการค้าสินค้าปศุสัตว์และธัญพืชอื่นที่ยังคงรักษาฐานราคาอยู่ในระดับทรงตัว
สถานการณ์ ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในประเทศมีการขยับตัวขึ้นอย่างน่าสนใจ โดยราคา ณ ไซโลโรงงานอาหารสัตว์ปรับขึ้นมาอยู่ที่หาบละ 597 บาท สอดรับกับทิศทางของตลาดล่วงหน้าชิคาโก (CBOT) ที่สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนมีนาคมปิดบวกเล็กน้อยที่ 4.3075 ดอลลาร์ต่อบุชเชล แม้จะเป็นการปรับขึ้นตามกลไกตลาดที่สะท้อนถึงอุปสงค์ในภาคปศุสัตว์ แต่แนวโน้มระยะสั้นคาดว่าราคาจะเริ่มเข้าสู่จุดสมดุลและทรงตัวในระดับนี้ต่อไป
ในทางกลับกัน ตลาดกากถั่วเหลือง กลับเผชิญแรงกดดันด้านราคาอย่างชัดเจน โดยราคาในประเทศปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากกิโลกรัมละ 17.15 บาท ลงมาอยู่ที่ 15.55 บาท ปัจจัยหลักเกิดจากความชัดเจนเชิงนโยบายที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติการนำเข้าเมล็ดถั่วเหลือง ผนวกกับแรงกดดันจากตลาดโลกที่คาดการณ์ว่าผลผลิตในแถบอเมริกาใต้จะล้นตลาด แม้ว่าการเก็บเกี่ยวในบราซิลจะมีความล่าช้าจากปัญหาฝนตกและจีนได้เร่งนำเข้าจากสหรัฐฯ จนครบเป้าหมายแล้วก็ตาม แต่ทิศทางราคาในตลาด CBOT ที่ปิดลบสะท้อนให้เห็นว่าอุปทานโลกยังคงเพียงพอ ซึ่งถือเป็นข่าวดีเล็กน้อยสำหรับผู้ประกอบการในการลดภาระต้นทุนบางส่วน
สำหรับกลุ่มสินค้าโปรตีนและสัตว์น้ำ ราคายังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง โดย ปลาป่น ในประเทศยังทรงตัวต่อเนื่องตามเกณฑ์โปรตีนในแต่ละเกรด เช่นเดียวกับสถานการณ์ในเปรูที่การจับปลาใกล้เสร็จสิ้นตามโควตา ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านอุปทานให้กับตลาดจีนและไทย ขณะที่ ตลาดข้าวไทย ยังคงรักษาเสถียรภาพไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ข้าวขาว 100% ชั้น 2 ยืนราคาที่กระสอบละ 1,170 บาท แม้ราคาการส่งออกแบบ F.O.B. จะมีการขยับขึ้นเล็กน้อยตามทิศทางค่าเงินและคำสั่งซื้อต่างประเทศ แต่ราคามอบหน้าโรงสีในประเทศยังไม่มีแรงเหวี่ยงที่ผิดปกติ
ขณะที่ภาคปศุสัตว์ทั้งสุกร ไก่เนื้อ และไข่ไก่ ตกอยู่ในสภาวะ "ตรึงราคา" เพื่อประคองตลาด โดยเฉพาะกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรที่ยังต้องเผชิญกับสถานการณ์เปราะบางเนื่องจากราคาขายหน้าฟาร์มที่ 58-60 บาทต่อกิโลกรัมนั้น ยังคงไม่สามารถก้าวข้ามต้นทุนการผลิตที่แท้จริงได้ สอดคล้องกับราคาไก่เนื้อที่ทรงตัวระดับ 39 บาท และไข่ไก่คละที่ฟองละ 3.20 บาท
ภาพรวมในสัปดาห์นี้จึงเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงท่ามกลาง "ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน" โดยคาดการณ์ว่าในสัปดาห์หน้า สินค้าเกษตรส่วนใหญ่จะยังคงประคองตัวในระดับเดิม เว้นแต่จะมีความเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายหรือสภาพอากาศที่เป็นตัวแปรใหม่เข้ามาแทรกแซง








