บทความ บทวิเคราะห์

จับตา "อัศวเหม" สวมแบรนด์ "เพื่อไทย" ภารกิจรวมคะแนนเสียง ทวงคืนสมุทรปราการ

แชร์ข่าว

การเมืองในจังหวัดสมุทรปราการน่าจับตาอีกครั้ง ภายหลังตระกูล "อัศวเหม" หรือกลุ่มบ้านใหญ่ตัดสินใจผนึกกำลังกับพรรคเพื่อไทย เพื่อเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งปี 2569 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญภายใต้ประมุขของตระกูล นายวัฒนา อัศวเหม และทิศทางลมทางการเมืองในช่วงเวลานี้

การขยับตัวครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันของอดีตคู่แข่งที่เคยต่อสู้กันยาวนานกว่า 20 ปี นับตั้งแต่พรรคไทยรักไทยเริ่มส่งผู้สมัครในปี 2544 แต่ในระดับท้องถิ่นทั้งสองกลุ่มกลับมีความสัมพันธ์ในการประสานงานด้านพื้นที่ ทำให้การรวมเป็นเนื้อเดียวในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยาก โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการทวงคืนที่นั่ง สส. ทั้ง 8 เขตคืนจากพรรคสีส้มที่เคยชนะทั้งจังหวัดในการเลือกตั้งที่ผ่านมา

หัวใจสำคัญของการรวมตัวครั้งนี้คือการใช้ "คณิตศาสตร์การเมือง" มาเป็นตัวตั้ง โดยมีการพิจารณาจากฐานคะแนนการเลือกตั้งปี 2566 พบว่าคะแนนของผู้สมัครกลุ่มอัศวเหมและพรรคเพื่อไทยที่ได้อันดับ 2 และ 3 เมื่อนำมารวมกันจะมีคะแนนรวมที่เหนือกว่าอันดับ 1 ในเกือบทุกเขตพื้นที่ การผนึกกำลังครั้งนี้จึงเป็นการนำคะแนนนิยมตัวบุคคลของบ้านใหญ่ที่มีฐานเสียงแน่นหนากว่า 20,000 คะแนนในแต่ละเขต มาบวกกับแบรนด์การเมืองที่เข้มแข็งของพรรคเพื่อไทยและแกนนำเดิมในพื้นที่อย่างนายประชา ประสพดี, นายปิยะพงษ์ เหมะ ทายาทนายวรชัย เหมะ, นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ ทายาทนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ซึ่งเป็นการเติมเต็มจิ๊กซอว์ทางการเมืองให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ฝั่งบ้านใหญ่และเพื่อไทยจะมีความพร้อมทั้งด้านตัวผู้สมัครและยุทธศาสตร์การดึงโครงการลงพื้นที่ แต่ต้องยอมรับว่าพรรคประชาชนหรือค่ายสีส้มยังมีขุมกำลังที่ประมาทไม่ได้ โดยเฉพาะบทบาทของ สส. รุ่นใหม่อย่างนางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ ที่สร้างผลงานโดดเด่นในการอภิปรายงบประมาณจนได้รับความนิยม

การเลือกตั้งปี 2569 นี้จึงเป็นการต่อสู้ทั้งระหว่างตัวบุคคล และเป็นการวัดพลังระหว่าง "กระแสสีส้ม" ที่เน้นบทบาทในสภา กับ "พลังสีแดงผนึกบ้านใหญ่" ที่เน้นการทำงานเชิงพื้นที่ ชูยุทธศาสตร์ "รวมกันเราอยู่" เพื่อเป้าหมายปักธงสมุทรปราการให้ครบทุกเขตอีกครั้ง

ข่าวแนะนำ