แม้ว่า มหาอุทกภัยหลายจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะหาดใหญ่ จ.สงขลา จะเริ่มคลี่คลายลงไปแล้ว ชาวบ้านต่างกำลังเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านเรือน ร้านค้า และทรัพย์สินกันตามกำลังตัวเอง
ในขณะที่ภาคธุรกิจต่างๆที่เกี่ยวข้องนอกจากส่งถุงยังชีพและสิ่งของลงไปในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยกันอย่างต่อเนื่องแล้ว ก็กำลังทยอยออกมาตรการช่วยเหลือในเรื่องผ่อนปรนลดดอกเบี้ยหรือยืดชำระต้น รวมถึงกำลังหาแนวทางขยายให้วงเงินกู้เพื่อซ่อมแซมบ้านพักและต่อลมธุรกิจตัวเองเป็นจำนวนมาก
ในส่วนของทรัพย์สินบ้านเรือนอยู่อาศัย และรถยนต์นับว่าเสียหายไม่น้อยทีเดียว ซึ่งขณะนี้บรรดาบริษัทประกันภัยต่างๆก็ได้ทยอยกันไปประสานกับลูกค้าเพื่อนำรถไปซ่อมแซมหรือตีราคาค่าสินไหม แต่ก็มีจำนวนมากที่ยังไม่สามารถติดต่อหรือเดินทางมาแจ้งเคลมกับบริษัทประกันได้ เนื่องจากอยุ่ระหว่างการบริหารจัดการเรื่องอื่นๆเพื่อให้เข้าที่เข้าทางต่อการดำรงชีพไปก่อน
ชี้จ่ายเคลมน้ำท่วมใต้สูงกว่า ปี 53
สำหรับประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมหลายจังหวัดรวมถึงพื้นที่อ.หาดใหญครั้งใหญ่นี้ ต่อเรื่องนี้นายอานนท์ วังวสุ อดีตนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย ซึ่งเคยบริหารจัดการดูแลจ่ายค่าสินไหมมหาอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 2553-2554 ได้ประเมินว่า น้ำท่วมหลายจังหวัดภาคใต้ครั้งนี้ คิดว่ามีความเสียหายสูงมากกว่าปี 2553 และ2543 โดยปี 2543น้ำท่วมขณะนั้นจ่ายไปเฉลี่ยต่อเคลมเพียง 8 หมื่นกว่าบาท และในปี 2553 เราจ่ายสินไหมน้ำท่วมไปเฉลี่ยต่อเคลมอยู่ที่ 1 แสนบาทนิดๆ แต่น้ำท่วมภาคใต้เที่ยวนี้โดยเฉพาะหาดใหญ่รุนแรงมาก คาดว่าค่าสินไหมเฉลี่ยจ่ายต่อเคลมน่าจะอยู่ที่ 1.5 แสนบาทต่อเคลมอย่างแน่นอน
คลอดเกณฑ์จ่ายเคลมรถ-บ้านน้ำท่วม
ในขณะที่สำหรับการเรียกร้องค่าสินไหมประกันรถยนต์ ขณะนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)ได้ออกกฎเกณฑ์การเคลมความเสียหายให้บริษัทประกันยึดหลักปฏิบัติออกมาแล้ว โดยมีเกณฑ์ 5 ระดับในการจ่าย ทั้งรถยนต์สันดาปภายใน รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี)ดังนี้ ระดับ A – น้ำท่วมถึงพื้นรถยนต์ : ค่าซ่อมเริ่มต้นที่ 8,000-10,000 บาท ระดับ B – น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง : ค่าซ่อมเริ่มต้นที่ 15,000-20,000 บาท ระดับ C – น้ำท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า : ค่าซ่อมเริ่มต้นที่ 25,000-30,000 บาท ระดับ D – น้ำท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า : ค่าซ่อมเริ่มต้นที่ 30,000 บาท และระดับ E – รถยนต์จมน้ำทั้งคันบริษัทจะคืนทุนประกันตามตารางกรมธรรม์
ทั้งนี้เบื้องต้นสำหรับรถสันดาป ถ้าเป็นไฮบริด บริษัทประกันจะจ่ายเพิ่ม 100,000 บาท ของแต่ละระดับ ส่วนรถ EV ถ้าน้ำท่วมตั้งแต่ระดับ A ขึ้นไป ให้บริษัทประเมินความเสียหาย ส่วนกรณีบ้านที่อยู่อาศัยที่มีความคุ้มครอง เรื่องภัยธรรมชาติ หรือน้ำท่วม จะจ่ายไม่ยาก เนื่องจากจะมีวงเงิน Sublimit อยู่แล้ว ประมาณ 20,000-30,000 บาท สามารถจ่ายได้ทันที
ต้องเป็นชั้น1-2-3ซื้อน่ำท่วมเท่านั้น
อย่างไรก็ตามในกรณีรถยนต์จมน้ำจากเหตุน้ำท่วมที่บริษัทประกันจะจ่ายนั้นจะต้องเป็นประเภทกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ดังนี้ ต้อต่อไปนี้ 1.ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภท 1คุ้มครองความเสียหายจากเหตุน้ำท่วม (ทั้งค่าซ่อมแซมและกรณีเสียหายสิ้นเชิง) 2.กรมธรรม์ประกันรถประเภท 2 หรือ2+ 3.ประเภท 3 หรือ 3+ ไม่คุ้มครองความเสียหายจากเหตุน้ำท่วม (เว้นแต่ซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมไว้ โดยสามารถสอบถามกับบริษัทที่รับประกันภัยไว้) ฃ
สำหรับ3 ห้ามที่บริษัทประกันจะห้ามใว้ ซึ่งได้แก่ 1.ห้ามสตาร์ทรถ กรณีน้ำเข้าเครื่องยนต์ การติดเครื่องยนต์อาจทำให้ก้านสูบคด /เครื่องแตก (Hydrostatic Lock) และอาจเป็นเหตุแห่งการปฏิเสธการจ่ายเคลมได้ 2.ห้ามพ่วงไฟ/สับสวิตซ์: สำหรับรถEV ) เพื่อป้องกันการลัดวงจร ของระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 3.ห้ามลากเอง เพราะอาจทำให้เกียร์พัวง หรือเกิดความเสียหายอื่นเพิ่มเติม และอาจเป็นเหตุแห่งการปฎิเสธการจ่ายเคลมได้
เคลมประกันชีวิต-บ้านไร้ปัญหา
กรณี 1.ทรัพย์สินบ้านเรือนอย่างที่อยู่อาศียจะไม่มีปัญหาเท่าใดนัก เนื่องจากเงื่อนไขทุนประกันคุ้มครองค่อนข้างจะต่ำ เพียง 20,000-30,000 บาทเท่านั้น จึงไม่น่าจะมีปัญหาเท่าใดนักสำหรับยอดการเคลมกับบริษัทประกัน
กรณี 2.บริษัทประกันชีวิต ทายาทผู้เสียชีวิตสามารถติดต่อขอรับจำนวนเงินเอาประกันชีวิตได้ที่บริษัทประกันชีวิตที่เป็นผู้รับประกันภัย และสามารถตรวจสอบว่าผู้เสียชีวิตมีกรมธรรม์ประกันชีวิตหรือไม่ และได้ทำไว้กับบริษัทอะไร ได้ที่สำนักงานคปภ.ซึ่งมีที่ตั้งในทุกจังหวัด
โดยสิ่งที่ต้องจัดเตรียมเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้แก่ 1.ถ่ายรูปรถยนต์ให้เห็นทะเบียนและระดับน้ำ 2.โทรศัพท์ หรือไลน์ แจ้งเหตุให้บริษัทประกันภัยเป็นทำการยกลาก 3.อย่าลืมขอหมายเลขหรือแจ้งเคลม
สำหรับขั้นตอนเตรียมเอกสารที่ลูกค้าต้องเตรียมได้แก่ 1.สำเนากรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ (ถ้ามี) 2.สำเนาทะเบียนรถ(ถ้ามี) และบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของ หรือผู้ครอบครองรถยนต์แจ้งเหตุ 3.ภาพถ่าย/คลิปสภาพรถ (เห็นทะเบียนรถและระดับน้ำ) และ4.เอกสารการเรียกร้องค่าสินไหม ทดแทน(ของบริษัท)
ทั้งนี้สำนักงานคปภ.จะร่วมกับภาคธุรกิจประกันภัยและเข้าใจถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากของผู้ประสบภัย โดยจะเร่งกระบวนการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้สามารถจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยได้โดยเร็ว นับจากวันที่ได้รับแจ้ง /วันที่ได้รับเอกสารครบ โดยสามารถติดต่อขอรับค่าสินไหมทดแทนได้ที่ บริษัทประกันภัยที่ท่านทำประกันภัย และสามารถตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยของท่านได้ที่สำนักงานคปภ.หรือ Line Official@OICCONNECT
ยอดแจ้งเคลมโบรกฯดังยังหลักพัน
ต่อเรื่องนี้”นภัสนันท์ พรรณนิภา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัททิคิวเอ็มโบรกเกอร์ ในฐานะบริษัทนายหน้าประกันภัยรายใหญ่สุดของประเทศ กล่าวว่า ในเบื้องต้นบริษัทมีลูกค้าในหลายจังหวัดภาคใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วมและซื้อประกันรถยนต์และประกันทรัพย์สินไว้กับบริษัท 17,000 ราย แยกเป็นประกันรถยนต์ 14,000 ราย โดยพื้นที่สงขลาและหาดใหญ่คิดเป็น 70-80% ของพอร์ตงาน ในเบื้องต้นบริษัทได้รับแจ้งเคลมเข้ามาแล้ว 1,000 กว่าราย ซึ่งตัวเลขเบื้องต้นรับแจ้งเข้ามายังถือว่าน้อยมาก โดยเข้าใจผู้เอาประกันที่ประสบภัยยังไม่แจ้งเคลมก็เพราะอาจวุ่นกับการล้างทำความสะอาด หรือไม่ก็คงทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคสิ่งสกปรก ซึ่งคาดว่าคงต้องใช้เวลาหลายวันทีเดียว
อู่ซ่อมรถหาดใหญ่ขาดแคลน
“ขณะนี้ก็ได้มอบหมายให้น้องๆของบริษัททีคิวเอ็มทำหน้าที่ประสานงานกับลูกค้าไปแล้วระดับหนึ่ง ก็ต้องขอขอบคุณที่ทุกคนเข้าใจ ซึ่งส่วนใหญ่คนทางใต้หลายจังหวัดที่น้ำท่วม รวมถึงหาดใหญ่ใจดีจะไม่ว่าอะไรเรา บอกพี่ๆรอนิดนะ เขาก็เข้าใจ เพียงแต่เค้าต้องการเพียงให้มีคนมารับแจ้งเคลม ทำให้เขารู้สึกไม่เคว้งคว้างเท่านั้นเองก็พอใจแล้ว เชื่อว่าตัวเลขความเสียหายคงจะเข้ามาชัดเจนอีกไม่กี่วันนี้
หลังพวกเขาทำความสะอาดกวาดล้างบ้านเรือนและทรัพย์สินเสร็จสรรพ ขณะนี้ที่เราแก้ปัญหาให้ลูกค้าหลังประสานงานแจ้งเคลมให้บริษัทประกันรับทรายไปเบื้องต้น ก็จะมีปัญหาเรื่องอู่ที่จัดซ่อม บางส่วนที่สามารถเคลื่อนย้ายไปซ่อมได้ เนื่องจากอู่ซ่อมรถขณะนี้ไม่ค่อยมี หายาก ทางทีคิวเอ็มฯก็มีการเคลื่อนย้ายไปหาอู่ซ่อมในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนไปก่อน ไม่งั้นคงลำบาก”
ดร.นภัสนันท์ กล่าวเสริมว่า สำหรับตัวเลขไม่ทางการตอนนี้เรามียอดลูกค้าเราทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบประมาณ 4.2 หมื่นรายที่ถูกน้ำท่วมจาก 10 จังหวัดทางภาคใต้ที่เป็นพื้นที่ตะเข็บ โดยเฉพาะพ้นที่สงขลา พื้นที่เดี่ยวมีเสียหายประมาณ 9,400 ราย โดยที่รับแจ้งเหตุมาแล้วตอนนี้เป็นรถยนต์ลูกค้าจำนวน 500 กว่าราย กับ 151 รายเป็นบ้านเรือนอยู่อาศัย เบื้องต้นตอนนี้ที่เราทำได้ คงจะเป็นเรื่องการแจ้งบริษัทประกัน โดยทุกอย่างได้ส่งข้อความเอสเอ็มเอสแจ้งเหตุไปแล้ว ปัญหาตอนนี้จะประสานกับบริษัทประกันภัยค่อนข้างยุ่งยากนิด ดังนั้นอะไรที่เราถ่ายรูปได้ ก็ทำไปก่อน
หลงลืมซื้อประกันพีเอพ่วงATMอื้อ
แหล่งข่าวระดับสูง บริษัทประกันวินาศภัยรายหนึ่ง กล่าวว่า ความเสียหายที่ประชาชนคาดไม่ถึง หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรืออาจหลงลืมไปก็คือ ตัวเองได้ทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล(พีเอ)ไว้เวลาทำบัตรเอทีเอ็มกับธนาคารพาณิชย์ที่ออกแพกเกจขายประกันพีเอตรงนี้พ่วงไปด้วย ซึ่งตรงจุดนี้มีผู้ซื้อความคุ้มครองไว้จำนวนมากทีเดียว แต่คงไม่นึกไม่ถึงหรือหลงลืมไป หากรัฐบาลได้มีการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์ต่างๆเปิดเผยหรือเผยแพร่ให้ทายาทผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมภาคใต้ในจังหวัดต่างๆสามารถยื่นขอตรวจสอบรายชื่อได้ ก็จะเป็นประโยชน์และเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิตไม่น้อย ซึ่งบางครั้งซื้อประกันไว้แล้วไม่ได้แจ้งหรือระบุให้ทายาทรับรู้ จึงเสียสิทธิ์ไป








