วันที่ 3 เม.ย.69 รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิชาการและนักวิเคราะห์การเมือง ประเมินสถานการณ์รัฐบาลท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกว่า
แนวโน้มทางการเมืองเริ่มพลิกเกมหลังรัฐบาลสามารถตั้งหลักรับแรงกดดันได้ จากเดิมที่ถูกโจมตีอย่างหนักจากประเด็นราคาน้ำมันและปัญหาหน้าปั๊ม
รศ.ดร.ธนพร ระบุว่า ในช่วงก่อนหน้า พรรคฝ่ายค้านและฝ่ายการเมืองต่างเร่งโจมตีรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยใช้วิกฤตพลังงานโลกเป็นเครื่องมือกดดัน หวังลดความนิยมทางการเมือง ส่งผลให้รัฐบาลอยู่ในภาวะตั้งรับทั้งจากภาพประชาชนรอเติมน้ำมัน และแรงกดดันเรื่องค่าครองชีพ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย โดยเฉพาะปัญหาหน้าปั๊มน้ำมันที่ไม่ปรากฏภาพความโกลาหลเหมือนก่อน สะท้อนว่ารัฐบาลยังสามารถแก้ปัญหาได้ ขณะที่สังคมเริ่มเข้าใจมากขึ้นว่า ปัญหาราคาน้ำมันเป็นผลจากวิกฤตพลังงานโลก ไม่ใช่ปัจจัยที่รัฐบาลควบคุมได้ทั้งหมด
นักวิเคราะห์การเมืองรายนี้ยังชี้ว่า รัฐบาลมีหลักยึด ด้านนโยบาย โดยเฉพาะการเน้นเสถียรภาพระบบพลังงาน และการบริหารจัดการผ่านกลไกเศรษฐกิจ ไม่ไหลไปตามแรงกดดันทางการเมืองมากเกินไป
ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวของ นาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ถือเป็นเกมรุกสำคัญ โดยอยู่ระหว่างเดินหน้าปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ทั้งการทบทวนต้นทุนแฝง เช่น War Premium ค่าการกลั่น ค่าการตลาด และการแยกโครงสร้างต้นทุนขนส่งออกจากประกันภัย
“โครงสร้างราคาน้ำมันไทยมีหลายชั้นซ้อนกัน การรื้อเพื่อดูว่าอะไรควรลด อะไรควรเลิก ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้อง” รศ.ดร.ธนพร ระบุ
นอกจากนี้ นายเอกณัฐ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยังมีแผนปรับโครงสร้างราคาพลังงานควบคู่กัน สะท้อนการทำงานเชิงบูรณาการของทีมเศรษฐกิจรัฐบาล
ทั้งนี้ รศ.ดร.ธนพร มองว่า การขยับเชิงนโยบายดังกล่าว เป็นสัญญาณว่ารัฐบาลกำลังเปลี่ยนจากตั้งรับ เป็น ตีโต้ และหากสามารถทำให้ราคาพลังงานสะท้อนต้นทุนที่เป็นธรรมมากขึ้นได้ ก็มีโอกาสพลิกฟื้นความเชื่อมั่นและคะแนนนิยมทางการเมืองในระยะต่อไป







