คอลัมน์ ตีโฉบฉวย
เสือตัวที่ 6
กลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ปลายด้ามขวานในปัจจุบันที่ยังคงศักยภาพในการก่อการร้ายด้วยอาวุธกับรัฐในวิธีการรบแบบกองโจรก็คือขบวนการ BRN ที่นับวันจะเสริมสร้างศักยภาพในการรบแบบกองโจรมากขึ้นจนสามารถก่อการร้ายได้หลากหลายรูปแบบ ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐเพลี่ยงพล้ำไปแล้วหลายครั้งหลายหนจนจับทางไม่ถูก ท่ามกลางความอ่อนแอของรัฐบาลได้ส่งผลให้หน่วยระดับล่างลงมาต่างอ่อนแอไปด้วย ด้วยการที่ผู้นำระดับรัฐอยู่ในสภาวะที่ไม่พร้อมในการให้นโยบายและยุทธศาสตร์ในการต่อสู้กับขบวนการ BRN ที่ชัดเจน ส่งผลให้หน่วยงานต่างๆ ทำได้เพียงประคับประคองสถานการณ์ไปวันๆ นั่นคือปัจจัยสำคัญให้ขบวนการ BRN สามารถปฏิบัติการรุกคืบอย่างหนักในห้วงปัจจุบัน โดยมีฐานบัญชาการและพื้นที่ซ่องสุมกำลังทั้งก่อนและหลังก่อการร้ายอยู่ในพื้นที่ตอนบนของประเทศมาเลเซียอันเป็นพื้นที่อิทธิพลของพรรคฝ่ายค้านของมาเลเซีย และนั่นคือความยากของการไล่ติดตามกองโจรที่เข้ามาปฏิบัติการร้ายอย่างมืออาชีพแล้วหลบหนีออกนอกเขตอธิปไตยของไ
ทย หรืออย่างน้อยก็หลบหนีไปซุกซ่อนอยู่ในพื้นที่อิทธิพลของขบวนการ BRN รวมทั้งแกนนำระดับสั่งการที่อยู่นอกเขตอธิปไตยของไทยจึงสามารถบัญชาการรบในสมรภูมินี้ได้อย่างเสรี ด้วยศักยภาพเหล่านั้นได้ส่งพลังให้ BRN สามารถครอบครองอำนาจรัฐในพื้นที่ปลายด้ามขวานได้อย่างเป็นรูปธรรม
การรุกคืบอย่างหนักด้วยการก่อการร้ายเพื่อท้าทายอำนาจรัฐ จึงแสดงให้เห็นว่าพื้นที่สู้รบเหล่านั้นอยู่ในการยึดครองของ BRN อย่างแท้จริง ด้วยการขัดขวางการพัฒนาจากรัฐในทุกรูปแบบ บ่งบอกว่าขบวนการ BRN มีศักยภาพในการก่อการร้ายด้วยกองโจรที่เหนือกว่ารัฐ และส่งสัญญาณให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตระหนักว่าควรจะอยู่กับ BRN มากกว่ารัฐเพราะรัฐให้การคุ้มครองความปลอดภัยไม่ได้ นั่นก็หมายความว่าอำนาจรัฐอยู่ในการครอบครองของ BRN ไปแล้วอย่างสมบูรณ์ ล่าสุดเมื่อ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา กองโจรของ BRN พร้อมอาวุธครบมือปฏิบัติการเผารถเครื่องจักรกลหนักที่ใช้ในการก่อสร้างถนนเสียหาย จำนวน 4 คัน ประกอบด้วย 1.รถเกลี่ยดิน จำนวน 1 คัน ถูกเพลิงไหม้บริเวณห้องโดยสารเสียหาย 2.รถบดล้อยาง จำนวน 1 คัน ถูกเพลิงไหม้บริเวณเบาะที่นั่งและห้องโดยสาร 3.รถบดสั่นสะเทือน (ล้อเหล็ก) จำนวน 1 คัน และ 4.รถบรรทุกน้ำ จำนวน 1 คัน จากนั้นจึงหลบหนีไปได้อย่างลอยนวลเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
ปฏิบัติการตอบโต้และต่อต้านการต่อสู้ของรัฐที่ BRN สามารถทำได้ทุกรูปแบบและเพิ่มความรุนแรงหลากหลายวิธีการนั้นบ่งบอกว่าพัฒนาการการต่อสู้ของขบวนการ BRN มีความรุดหน้ามากขึ้นเป็นลำดับอย่างมีนัยยะ พวกเขาสามารถริเริ่มกลยุทธ์การก่อการร้ายได้ทุกเวลาที่พวกเขาต้องการได้อย่างต่อเนื่อง สร้างความสับสนมึนงงให้กับฝ่ายความมั่นคงของรัฐอย่างได้ผลโดยที่ฝ่ายรัฐไม่อาจล่วงรู้แผนการร้ายของ BRN ได้เลย ทั้งยังไม่สามารถตอบโต้การก่อการร้ายได้เลยแม้แต่น้อย โดยปฏิบัติการเมื่อ 8 ต.ค. มีกลุ่มกองโจรท้าทายอำนาจรัฐด้วยการเผากล้องวงจรปิดในพื้นที่ อ.ยะรัง และ อ.มายอ จ.ปัตตานี รวมจำนวน 5 จุด กล้องวงจรปิดถูกเผาทำลายไปรวม 10 ตัว นับเป็นการท้าทายอำนาจรัฐในการดูแลความสงบเรียบร้อยและคุ้มครองความปลอดภัยให้ประชาชนโดยเฉพาะการรักษากฎหมายของรัฐที่ขบวนการ BRN แสดงให้เห็นว่าอำนาจรัฐไม่ได้อยู่ในมือของรัฐ ในทางตรงข้ามเป็นการบ่งบอกว่าฝ่ายขบวนการ BRN มีศักยภาพในการทำลายล้างและเข้าครอบครองอำนาจการปกครองดูแลพื้นที่ที่ BRN สามารถชี้เป็นชี้ตายได้ในทุกกรณี อีกทั้งการปฏิบัติการร้ายทำลายชีวิตผู้คนมากมายโดยบิดเบือนคำสอนทางศาสนาว่าเหยื่อแห่งการทำลายชีวิตเหล่านั้นคือศัตรูของศาสนาโดยอธิบายความผ่านหลักการของการฟัตวาคือคำวินิจฉัยหรือคำอธิบายทางกฎหมายอิสลามที่กล่าวอ้างว่าพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นดินแดนดารุลฮารบี หรือเป็นดินแดนที่ต้องทำสงครามเพื่อศาสนาอิสลาม แม้เหยื่อเหล่านั้นจะเป็นมุสลิมก็ตาม หากว่าคนเหล่านั้นถูกตีความว่าเป็นศัตรู โดยเหตุล่าสุดเป็นวันสุดท้ายของเดือน ต.ค.68 กองโจร BRN 2 คน แต่งกายอำพรางตัวด้วยชุดฮิญาบแบบผู้หญิง ขี่รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะขับเข้าประชิดและใช้อาวุธสงคราม M16 ยิงใส่อาสาสมัครทหารพราน.มะกอเซ็ง บาโสะอ อายุ 48 ปี สังกัดชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา จนเสียชีวิต ทั้งยังชิงปืนพกขนาด 9 มม. ของผู้ตาย 1 กระบอก หลบหนีไปได้อย่างลอยนวลเช่นเคย
และนอกจากนั้น ย่างก้าวสำคัญของการเข้าครอบครองอำนาจการปกครองของรัฐก็คือการจัดตั้งและขยายฐานมวลชนทั้งเด็ก เยาวชน นักวิชาการ นักการเมืองท้องถิ่นและระดับชาติด้วยการล้างสมองกล่อมเกลาวิธีคิด ทัศนคติที่เป็นปรปักษ์กับรัฐอย่างเข้มข้นสุดโต่งและเป็นระบบ ส่งผ่านนักรบทางความคิดเหล่านั้นไปสอดแทรกอยู่ทุกอณูของสังคม เพื่อขับเคลื่อนการต่อสู้และสนับสนุนการดำเนินงานของขบวนการแบ่งแยกการปกครองจากรัฐสู่รัฐเอกราชปาตานี ทั้งยังขับเคลื่อนการต่อสู้ที่เชื่อมโยงกับต่างประเทศเพื่อสร้างความชอบธรรมและให้การสนับสนุนทั้งด้านการเงินและการสนับสนุนจากต่างประเทศอย่างมีจังหวะก้าวที่สอดประสานเสริมพลังการต่อสู้ด้วยอาวุธของกองโจรในพื้นที่ที่เข้มแข็งต่อเนื่องยาวนาน นับถึงวันนี้ ขบวนการ BRN ยังคงปฏิบัติการท้าทายอำนาจรัฐครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยการขัดขวางความเจริญ บั่นทอนความสงบสุข ปิดกั้นอนาคตอันสดใสของผู้คน เข่นฆ่าผู้คนอย่างโหดเหี้ยมเกินมนุษย์ ทั้งมีการปลุกระดมผู้คนให้หลงผิดเข้าร่วมขบวนการแย่งยึดอำนาจอธิปไตยของรัฐอย่างเป็นระบบโดยมีฐานบัญชาการอยู่ในพื้นที่ประเทศมาเลเซีย จนกระทั่งพวกเขาสามารถดำรงการต่อสู้ได้อย่างเสรีโดยที่รัฐไม่สามารถตอบโต้ต่อต้านได้ เหล่านั้นจึงบ่งบอกได้ว่า BRN สามารถเข้าครอบครองอำนาจการปกครองจากรัฐได้อย่างเป็นรูปธรรม
#BRN #ปลายด้ามขวาน #ชายแดนใต้ #ก่อการร้าย #ความมั่นคง #ครอบครองอำนาจรัฐ #กองโจร #ปาตานี #มาเลเซีย #ท้าทายอำนาจรัฐ







