“เสธ.หมึก” เผยสมาคมกีฬาจักรยานฯ เดินหน้าภารกิจล่าโควตาโอลิมปิกเกมส์ 2028 หลังจบศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 โดยส่งนักกีฬาทีมชาติไทย 3 ประเภท “ถนน-ลู่-บีเอ็มเอ็กซ์เรซซิง” ตระเวนแข่งขันระดับโลกทั้งชิงแชมป์โลกและเวิลด์คัพ หวังเก็บคะแนนขยับอันดับโลก พร้อมตั้งเป้าควอลิฟายให้ได้ไม่น้อยกว่าโอลิมปิกเกมส์ 2024 แต่ยอมรับกังวลกรอบงบประมาณปี 2570 หากไม่เพียงพออาจกระทบแผนล่าโควตา
“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC), ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (ACF) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า สมาคมกีฬาจักรยานฯ วางแผนส่งนักกีฬาจักรยานทีมชาติไทย 3 ประเภท ประกอบด้วย ประเภทถนน ประเภทลู่ และประเภทบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิง เข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติรายการใหญ่ เพื่อเก็บคะแนนสะสมคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ 2028 อย่างต่อเนื่อง หลังเสร็จสิ้นการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน-4 ตุลาคม 2569
พลเอกเดชา กล่าวว่า สำหรับประเภทถนน จะลงแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ระหว่างวันที่ 20-23 กันยายน จากนั้นจะเดินทางกลับประเทศไทย ก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศแคนาดาทันที เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันจักรยานประเภทถนนชิงแชมป์โลก UCI Road World Championships 2026 ที่เมืองมอนทรีออล โดยทีมชาติไทยผ่านการคัดเลือกในรุ่นประชาชนชาย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีชาย และรุ่นประชาชนหญิง นักกีฬาที่จะไปสู้ศึกประกอบด้วย นายอาทิตย์ ปูลาร์ด ในรุ่นประชาชนชาย, น.ส.พิทยาภรณ์ แซ่ตั๋น รุ่นประชาชนหญิง และนายจูดาห์ ทอมป์สัน รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีชาย โดยมี พ.ต.หญิง จันทร์เพ็ง นนทะสิน เป็นผู้จัดการทีม และ มร.รอนนี่ เดอไวล์ เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม โดยนักปั่นไทยมีคิวลงชิงชัยในรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี วันที่ 25 กันยายน รุ่นประชาชนหญิง วันที่ 26 กันยายน และรุ่นประชาชนชาย วันที่ 27 กันยายน
“ส่วนนักกีฬาบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิง ซึ่งในเอเชียนเกมส์มีกำหนดชิงชัยเหรียญทองในวันที่ 28 กันยายน เมื่อแข่งขันแล้วเสร็จจะเดินทางกลับประเทศไทย ก่อนเดินทางต่อไปยังกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในวันที่ 29 กันยายน เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิง เวิลด์คัพ UCI BMX Racing World Cup 2026 จำนวน 4 สนามใน 2 เมือง โดยจะประเดิมสนามที่ 5 และ 6 ที่เมืองเมนโทกู ในวันที่ 3-4 ตุลาคม จากนั้นจะไปเมืองฉงลี่ ชิงชัยในเวิลด์คัพ สนามที่ 7 และ 8 ในวันที่ 10-11 ตุลาคม นักกีฬาชุดที่จะเดินทางไปเวิลด์คัพ ประกอบด้วย ส.ท.โกเมธ สุขประเสริฐ และนายพุทธภูมิ นาคแป้น โดยมี มร.ฮาร์วี่ เครปส์ เป็นผู้จัดการทีม” พลเอกเดชา กล่าว
พลเอกเดชา กล่าวอีกว่า สำหรับทีมจักรยานประเภทลู่ ซึ่งมีกำหนดการแข่งขันในเอเชียนเกมส์ ระหว่างวันที่ 29 กันยายน-2 ตุลาคม เมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขันจะเดินทางกลับประเทศไทย จากนั้นคณะนักกีฬา ประกอบด้วย พ.ต.หญิง จุฑาธิป มณีพันธุ์ ซึ่งจะรับบทบาทเป็นผู้ฝึกสอนเต็มตัวเป็นรายการแรก จะนำทีมนักปั่นระยะสั้น ประกอบด้วย “ทีเจ” จาย อังค์สุธาสาวิทย์, “แนว” จ.ต.นรเศรษฐ์ธาดา บุญมา และ “มะขาม” ส.ต.ท.ยืนยง เพชรรัตน์ เดินทางไปยังนครกว่างโจว ประเทศจีน เพื่อฝึกซ้อมในเวลโลโดรมระยะทาง 250 เมตร ระหว่างวันที่ 3-10 ตุลาคม จากนั้นจะเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงไปยังนครเซี่ยงไฮ้ เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์โลก UCI Track World Championships 2026 ระหว่างวันที่ 14-18 ตุลาคม
“การแข่งขันระดับโลกทั้ง 3 รายการมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการเก็บคะแนนสะสมโควตาโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมีคะแนนสะสมในอันดับโลกสูง โดยการแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์โลก ทีมชาติไทยหวังที่จะเก็บคะแนนจากทีมสปรินต์ คีริน และสปรินต์บุคคลให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะในทีมสปรินต์ที่ปัจจุบันทีมชาติไทยอยู่ในอันดับ 15 ของโลก ขณะที่บีเอ็มเอ็กซ์เรซซิง ซึ่งมีการแข่งขันถึง 4 สนามภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ ก็เป็นโอกาสอันดีที่นักปั่นไทยจะเก็บคะแนนและขยับอันดับโลกขึ้นมาได้อีกไม่น้อย ทั้งโกเมธและพุทธภูมิ” พลเอกเดชา กล่าว
“เสธ.หมึก” กล่าวต่อไปว่า ส่วนการแข่งขันจักรยานประเภทถนนชิงแชมป์โลก ยอมรับว่าโอกาสที่จะได้คะแนนสะสมเพิ่มนั้นยากมาก แต่การได้โควตาลงแข่งขันในรุ่นประชาชนชายและประชาชนหญิง จะทำให้ไทยได้รับการจัดอันดับในเกรดเอ ตามกติกาของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) ซึ่งจะทำให้ในการแข่งขันจักรยานประเภทถนนชิงแชมป์ประเทศ UCI National Championships 2027 นักกีฬาที่เป็นแชมป์ประเทศจะได้คะแนนสะสมสูงถึง 100 คะแนน ขณะที่หากไม่ได้โควตาเข้าร่วมการแข่งขันชิงแชมป์โลก จะถูกจัดอยู่ในเกรดบี และแชมป์ประเทศจะได้คะแนนสะสมเพียง 50 คะแนนเท่านั้น
พลเอกเดชา กล่าวเพิ่มเติมว่า สมาคมกีฬาจักรยานฯ มีความกังวลในการดำเนินงาน โดยเฉพาะการส่งนักกีฬาจักรยานไทยไปแข่งขันในรายการต่าง ๆ เพื่อเก็บคะแนนสะสมลุ้นโควตาโอลิมปิกเกมส์ 2028 ในประเด็นการจัดสรรงบประมาณตามนโยบายของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดกลุ่มศักยภาพสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อจัดสรรงบประมาณปี 2570 โดยมีกรอบวงเงินสำหรับกลุ่มสมาคมกีฬาสูงสุดที่เพดาน 35 ล้านบาท แต่รวมงบประมาณการเก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อเตรียมแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 34 ที่ประเทศมาเลเซียไว้ในงบประมาณส่วนนี้ด้วย
“หากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติยังคงนโยบายดังกล่าว จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อแผนการดำเนินงานของสมาคมกีฬาจักรยานฯ ที่ตั้งเป้าหมายการควอลิฟายโอลิมปิกเกมส์ 2028 ให้ได้ไม่น้อยกว่าโอลิมปิกเกมส์ 2024 ซึ่งในครั้งนั้นนักกีฬาจักรยานไทยควอลิฟายได้ 3 ประเภท ประกอบด้วย ประเภทถนน ได้แก่ ส.อ.ธนาคาร ไชยยาสมบัติ รายการโรดเรซ และ ส.อ.หญิง เพชรดารินทร์ สมราช รายการโรดเรซและไทม์ไทรอัล, ประเภทลู่ ได้แก่ จาย อังค์สุธาสาวิทย์ รายการคีรินและสปรินต์ และประเภทบีเอ็มเอ็กซ์ ได้แก่ ส.อ.โกเมธ สุขประเสริฐ รายการบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิง” พลเอกเดชา กล่าว








