“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี พอใจผลงานนักปั่นบีเอ็มเอ็กซ์ทีมชาติไทยคว้า 2 ทอง 5 เงิน 1 ทองแดง ศึกบีเอ็มเอ็กซ์นานาชาติ “บันยูวังกิ ซูเปอร์ครอส” ที่อินโดนีเซีย ชี้เป็นบททดสอบสำคัญก่อนลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่มาเลเซีย และเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ญี่ปุ่น พร้อมตั้งเป้าคว้า 1-2 เหรียญในประเภททีมชาย ส่วนทีมหญิงหวังผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศเพื่อลุ้นเหรียญรางวัล
“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC), ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (ACF) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากผลงานการคว้า 2 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง ของทีมนักปั่นบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิงทีมชาติไทยในการแข่งขันจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิง นานาชาติรายการบันยูวังกิ ซูเปอร์ครอส ที่ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 27-28 มิถุนายน ที่ผ่านมา ถือเป็นการประเดิมเส้นทางอุ่นเครื่องก่อนสองศึกใหญ่สำหรับทีมบีเอ็มเอ็กซ์ไทยทั้งชิงแชมป์เอเชีย 2026 ที่เมืองนิไล ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 6-8 สิงหาคม และการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น
พลเอกเดชา กล่าวว่า ในการไปแข่งขันที่ประเทศอินโดนีเซีย นอกจากที่นักปั่นทีมชาติไทยชุดเอเชียนเกมส์ ซึ่งประกอบด้วย “เอ้” ส.อ.โกเมธ สุขประเสริฐ, “โอม” นายพุทธภูมิ นาคแป้น, “ฟ้า” ส.ท.หญิง ชุติกาญจน์ กิจวานิชเสถียร และ “ขวัญ” น.ส.หทัยเพชร ใจสว่าง จะได้เคาะสนิมบรรยากาศการแข่งขันระดับนานาชาติและอุ่นเครื่องหลังจากที่เข้าเก็บตัวฝึกซ้อมเป็นระยะเวลาหลายเดือน ยังเป็นโอกาสที่จะได้เห็นฟอร์มของนักปั่นอินโดนีเซีย คู่ปรับสำคัญในภูมิภาคทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปจนถึงระดับทวีปเอเชีย
“จากการรายงานของ มร.ฮาร์วี่ เครปส์ ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ที่วิเคราะห์เกมการแข่งขันที่อินโดนีเซีย พบว่านักปั่นอินโดนีเซียทีมชายยกระดับขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง จากที่เคยแพ้ทั้งโกเมธและพุทธภูมิในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ยังเป็นรองทีมชาติไทยทั้งเรื่องความเร็วและเทคนิค การที่พุทธภูมิพลาดได้แค่เหรียญทองแดง ในรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีในวันแรก และโกเมธที่พลาดได้เหรียญเงินในวันที่สอง เกิดจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขัน ซึ่งบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิงเป็นกีฬาความเร็วตัดสินแพ้ชนะกันในเสี้ยววินาทีในการแข่งขันที่ใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งนาที ซึ่งทาง มร.เครปส์จะนำเอาข้อผิดพลาดในเกมดังกล่าวมาปรับแก้ เพื่อให้ทีมชาติไทยประสบความสำเร็จในสองรายการใหญ่ที่จะมาถึง” พลเอกเดชา กล่าว
“เสธ.หมึก” กล่าวอีกว่า ส่วนทีมหญิง มร.เครปส์ ยอมรับว่าสองน่องเหล็กหญิงไทยมีฝีเท้าเป็นรองนักปั่นอินโดนีเซียอยู่พอสมควร ซึ่งในระยะเวลาที่เหลืออยู่จนถึงการแข่งขันทั้งชิงแชมป์เอเชียและเอเชียนเกมส์ ก็ยังมีเวลาที่จะแก้ไขข้อบกพร่องเพื่อให้มีผลงานที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน สำหรับการแข่งขันจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ ชิงแชมป์เอเชีย 2026 ที่ประเทศมาเลเซีย นอกจากจะเป็นการชิงชัยเจ้าเอเชียของนักปั่นสองล้อเล็กแล้ว ยังจะเป็นการเก็บคะแนนสะสมเพื่อควอลิฟายเข้าสู่รายการจักรยานชิงแชมป์โลกและโอลิมปิกเกมส์ 2028 ในอีกทางหนึ่ง ขณะเดียวกันนักปั่นทีมชาติไทยยังจะได้พิสูจน์ฝีเท้ากับคู่แข่งสำคัญในการแย่งชิงเหรียญเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 โดยทีมชายก็มีทั้งญี่ปุ่น, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ส่วนทีมหญิงก็จะมีญี่ปุ่น, จีน และอินโดนีเซีย
“จากการวิเคราะห์ของ มร.ฮาร์วี่ เครปส์ ยังยืนยันว่า ทีมชาติไทยยังคงเป้าหมายเดิมคือ 1 หรือ 2 เหรียญจากเอเชียนเกมส์ในประเภททีมชาย โดยเป้าหมายสูงสุดคือการคว้าเหรียญทอง ขณะที่ทีมหญิง เป้าหมายคือจบการแข่งขันในอันดับ 1-5 นั่นหมายถึงต้องผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ซึ่งหากสามารถฝ่าฟันเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ ก็ยังมีโอกาสที่จะคว้าเหรียญใดเหรียญหนึ่งมาครอง ซึ่งถือว่าเป็นผลงานเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้” พลเอกเดชา กล่าว








