นิวยอร์ก โพสต์ รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องการผลักดันให้ จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนต่อไป แม้เจ้าตัวจะเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อครหามาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงดำรงตำแหน่งผู้นำองค์กรลูกหนังโลก
รายงานระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ สนใจที่จะเห็น อินฟานติโน่ รับตำแหน่งผู้นำสหประชาชาติ หลัง อันโตนิโอ กูเตเรส อดีตนายกรัฐมนตรีโปรตุเกส ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติมาแล้ว 2 วาระ วาระละ 5 ปี เตรียมพ้นจากตำแหน่งในช่วงปลายปีนี้ เปิดทางให้มีการคัดเลือกผู้นำคนใหม่ขององค์กรระหว่างประเทศ
แหล่งข่าวใกล้ชิดกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยกับนิวยอร์ก โพสต์ ว่า ทรัมป์ วัย 80 ปี เชื่อว่า อินฟานติโน่ เป็นบุคคลที่ได้รับความเคารพจากผู้คนทั่วโลก และได้รับการยอมรับว่ามีความสามารถโดดเด่นในการรวบรวมผู้คนจากหลากหลายประเทศให้ทำงานร่วมกัน
สำหรับกระบวนการคัดเลือกเลขาธิการสหประชาชาติ ผู้สมัครจะต้องได้รับการเสนอชื่อจากประเทศสมาชิก ได้รับการรับรองจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติโดยไม่มีประเทศสมาชิกถาวรใช้สิทธิยับยั้ง หรือวีโต้ ก่อนจะได้รับการรับรองจากที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ
นอกจากนี้ ยังมีบุคคลใกล้ชิดทรัมป์อย่างน้อย 1 คน ที่ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนอินฟานติโน่อย่างชัดเจน โดย เปาโล ซัมโปลลี นักธุรกิจและนักการทูตชาวอิตาลี-อเมริกัน ซึ่งดำรงตำแหน่งทูตพิเศษของทรัมป์ด้านความร่วมมือระดับโลก กล่าวว่า
"มีเพียงประธานาธิบดีทรัมป์เท่านั้นที่จะมีแนวคิดที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้"
ซัมโปลลี ยังกล่าวชื่นชมว่า อินฟานติโน่ จะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม และเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย พร้อมเปรียบเทียบบทบาทของประธานฟีฟ่ากับเลขาธิการสหประชาชาติว่า มีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก
"ที่สหประชาชาติ คุณต้องบริหารประเทศสมาชิก 193 ประเทศ ขณะที่ฟีฟ่ามีสมาชิกมากกว่า 200 ประเทศ ประวัติการทำงานของจานนี่แสดงให้เห็นว่าเขารู้วิธีบริหารจัดการองค์กรขนาดใหญ่"
แม้จะได้รับแรงสนับสนุนจากบุคคลในแวดวงของทรัมป์ แต่อินฟานติโน่ยังคงเผชิญเสียงวิจารณ์จากหลายฝ่ายทั่วโลก นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานฟีฟ่า โดยก่อนหน้านี้ ผู้บริหารชาวสวิตเซอร์แลนด์รายนี้เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป และได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะกรรมการโอลิมปิกสากลในปี 2563
เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา อินฟานติโน่ยังมอบรางวัลสันติภาพฟีฟ่าครั้งแรกให้แก่ โดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างการคัดเลือกทีมวางสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
อินฟานติโน่กล่าวในพิธีมอบรางวัลว่า
"คุณสมควรได้รับรางวัลสันติภาพฟีฟ่าคนแรกอย่างแท้จริง จากสิ่งที่คุณทำและสิ่งที่คุณประสบความสำเร็จ"
พร้อมยืนยันต่อทรัมป์ว่า
"คุณสามารถวางใจได้เสมอว่าผมและชุมชนฟุตบอลทั่วโลกจะให้การสนับสนุนคุณ เพื่อร่วมสร้างสันติภาพและความเจริญให้กับโลก"
ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดของทั้งสองกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งในศึกฟุตบอลโลก 2026 หลังทรัมป์เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมว่า ได้โทรศัพท์พูดคุยกับอินฟานติโน่ ภายหลัง โฟลาริน บาโลกุน กองหน้าทีมชาติสหรัฐฯ ถูกใบแดงในเกมชนะบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 2-0 ส่งผลให้ถูกแบน 1 นัด ก่อนที่ฟีฟ่าจะกลับคำตัดสิน ทำให้บาโลกุนสามารถลงสนามในรอบน็อกเอาต์พบเบลเยียมได้
ต่อมา ทั้งทรัมป์และอินฟานติโน่ยังปรากฏตัวร่วมกันในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 หลังทีมชาติสเปนเอาชนะอาร์เจนตินา 1-0 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม โดยทรัมป์ลงไปในสนามร่วมพิธีฉลองแชมป์ของสเปน ซึ่งสร้างเสียงโห่จากแฟนบอลภายในสนาม
นอกจากนี้ อินฟานติโน่ยังรับชมเกมนัดชิงชนะเลิศร่วมกับทรัมป์และครอบครัวภายในห้องสวีทของสนามเม็ตไลฟ์ สเตเดียม รัฐนิวเจอร์ซีย์ ตอกย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองที่ยังคงเป็นที่จับตาของสังคมโลก
#โดนัลด์ทรัมป์ #จานนี่อินฟานติโน่ #ฟีฟ่า #สหประชาชาติ #เลขาธิการสหประชาชาติ #ข่าวต่างประเทศ #ฟุตบอลโลก2026 #การเมืองโลก #นิวยอร์กโพสต์ #ข่าววันนี้








