ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบตัดเชือก คืนวันที่ 14 ก.ค.69 เป็นการโคจรมาพบกันระหว่างสองมหาอำนาจลูกหนังยุโรป ระหว่างทีมชาติ "ฝรั่งเศส" พบกับทีมชาติ "สเปน" ที่สนาม เอทีแอนด์ที สเตเดี้ยม เมืองอาร์ลิงตัน เกมในช่วงยี่สิบนาทีแรก ทั้งฝั่งตราไก่และพลพรรคกระทิงดุต่างเปิดฉากเล่นกันด้วยความรัดกุม เช็กบิลและชิงจังหวะกันอย่างระมัดระวัง ส่งผลให้แทบจะไม่มีโอกาสหวาดเสียวในการลุ้นทำประตูด้วยกันทั้งสองฝ่าย
จุดเปลี่ยนแรกของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 22 เมื่อทัพกระทิงดุได้ประตูทะยานออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะปัญหาในกรอบเขตโทษ ลูก้าส์ ดีญ กองหลังฝรั่งเศสพยายามโหม่งสกัดบอลแล้วกำลังจะหมุนตัวหวดเคลียร์ทิ้ง ทว่าทาง ลามีน ยามาล ปีกตัวจี๊ดของสเปนสปีดเข้ามาถึงบอลก่อน ทำให้กลายเป็นจังหวะเตะเข้าเต็มต้นขาของดาวรุ่งกระทิงดุ ผู้ตัดสินไม่รอช้าเป่าเป็นจุดโทษทันที และเป็น มิเกล โอยาร์ซาบัล ที่รับหน้าที่เพชฌฆาตสังหารเข้าไปอย่างเฉียบคมไม่พลาดเป้า
หลังจากเสียประตู สถานการณ์ของทัพตราไก่กลับยิ่งทวีความย่ำแย่ลงไปอีก เมื่อปราการหลังตัวเก่งอย่าง วิลเลียม ซาลีบา เกิดอาการบาดเจ็บเองจนไม่สามารถฝืนเล่นต่อไปไหว ทำให้ต้องส่ง มักซองซ์ ลาครัวส์ ลงสนามมาทำหน้าที่แทนในแนวรับ
เข้าสู่ช่วงนาทีที่ 34 สเปนเกือบได้ส้มหล่นลุ้นเม็ดสอง จากจังหวะที่ ดานี่ โอลโม่ ได้บอลบริเวณหน้ากรอบเขตโทษก่อนตัดสินใจตะบันเต็มข้อ ทว่าทิศทางบอลยังเหินข้ามคานออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ถัดมาอีกเพียง 2 นาที ฝรั่งเศสได้โอกาสตอบโต้คืนบ้าง บราดเลย์ บาร์โกล่า ลากบอลขึ้นมาทางกราบซ้ายก่อนจะเลี้ยงตัดเข้าในแล้วกดเต็มแรง บอลพุ่งกระจุยทว่าวิถีบอลยังสูงเกินไปนิด จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ที่ขุนพลสเปนนำอยู่ 1-0
เริ่มเกมครึ่งหลังในนาทีที่ 52 ขุนพลกระทิงดุเปิดฉากทักทายก่อนจาก มิเกล โอยาร์ซาบัล ที่หาจังหวะสับไกบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ทว่าลูกยิงหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย จนกระทั่งในนาทีที่ 58 สาวกสเปนก็ได้เฮกันลั่นสนามเมื่อทีมหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ เปโดร ปอร์โร่ เติมเกมรุกขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนจะทำชิ่งหนึ่งสองกับ ดานี่ โอลโม่ แล้ววิ่งสอดทะลุเข้าเขตโทษไปแบบโล่งๆ ก่อนจะซัดผ่านมือ ไมค์ เมนญ็อง เข้าสู่ก้นตาข่ายอย่างเด็ดขาด
ต่อมาในนาทีที่ 61 สเปนเกือบส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายได้อีกครั้งจาก ลามีน ยามาล ทว่าผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อน ในจังหวะที่ เปา กูบาร์ซี่ แทงบอลทะลุช่องถวายพานขึ้นมาให้ ทางด้านฝรั่งเศสพยายามขยับเกมรุกสู้และได้ลุ้นเสียวในนาทีที่ 67 คีลียัน เอ็มบั๊ปเป้ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนแต่งเข้าขวาแล้วกดหักข้อมากไปนิดเดียว ทำให้บอลบดเหลี่ยมหลุดเสาไกลออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย
ช่วงเวลาที่เหลือในท้ายเกม ขุนพลตราไก่พยายามเดินหน้าบุกกดดันอย่างหนักหวังเจาะไข่แตกเพื่อจุดประกายความหวัง แต่ทว่าแผงหลังสเปนยังคงเล่นได้อย่างเหนียวแน่นและต้านทานเอาไว้ได้หมด จบเกม สเปน โชว์ฟอร์มแกร่งเอาชนะ ฝรั่งเศส ไปด้วยสกอร์ 2-0 ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศศึกฟุตบอลโลก 2026 เป็นทีมแรก โดยจะเข้าไปรอพบผู้ชนะระหว่าง อังกฤษ หรือ อาร์เจนติน่า ส่วน ฝรั่งเศส อกหักต้องหล่นไปเล่นในรอบชิงอันดับที่ 3 แทน
#ฟุตบอลโลก2026 #ผลบอลโลกล่าสุด #ไฮไลท์ฟุตบอลโลก #ทีมชาติสเปน #ทีมชาติฝรั่งเศส #ข่าวกีฬา #วิเคราะห์บอลโลก








