มหกรรมฟุตบอลโลก 2026 รอบแรกรูดม่านปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยพร้อมความมันส์ระดับห้าดาว และล่าสุดทีมกูรูลูกหนังระดับโลกจาก BBC Sport ที่เกาะติดขอบสนามชมฟอร์มครบทั้ง 48 ทีม ได้ออกมาสับเกียร์ห้าจัดอันดับ "เพาเวอร์ แรนกิ้ง" ไล่เรียงจากทีมที่โชว์ฟอร์มได้สะเด่าที่สุดไปจนถึงทีมที่ผลงานน่าผิดหวังที่สุด ซึ่งผลโพลล์รอบนี้บอกเลยว่าหักปากกาเซียนกระจาย เพราะแชมป์เก่าอย่าง "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา กลับไม่ได้เป็นเต็งหนึ่งในสายตาผู้เชี่ยวชาญ
ทีมที่ผงาดคว้าอันดับหนึ่งไปครองแบบหล่อ ๆ ก็คือ "สิงโตคำราม" อังกฤษ ที่โชว์โหดกะซวกไส้คู่แข่งไปถึง 4 ประตูในนัดเปิดสนาม แถมตามเนื้อผ้าแล้วน่าจะยิงได้ยับเยินกว่านั้นด้วยซ้ำ โดยมี แฮร์รี่ เคน เป็นแม่ทัพนำโต๊ะจีนเกมรุกสุดสะเด็ดสะเด่า แม้ว่าจะมีรอยร้าวให้กังวลใจเล็กน้อยในเกมรับก็ตาม
ส่วนแชมป์เก่า อาร์เจนตินา ร่วงมาอยู่อันดับสาม ทว่ากูรูยังมองว่าการมีอัจฉริยะลูกหนังอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ คอยแบกทีมและยกระดับเพื่อนร่วมทีมขึ้นมานั้น ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ทัพฟ้าขาวรั้งตําแหน่งท็อปสามในทัวร์นาเมนต์นี้
ขณะที่อันดับสองตกเป็นของ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี ที่โชว์ฟอร์มดุทะลุปรอทกดยับไปถึง 7 ตุงในเกมแรก แม้ว่าดีกรีของคู่แข่งจะไม่ใช่ขุนขวานระดับพระกาฬก็ตาม ส่วนบิ๊กเซอร์ไพรส์ประจำชาร์ตต้องยกให้ "แซมบ้า" บราซิล ที่ทะยานขึ้นมารั้งอันดับห้า หลังจากไล่ถลุง "จอมโหด" ปารากวัย ไปแบบเพลินตาไหลลื่น ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มจากแฟนบอลเจ้าภาพที่เข้ามาหนุนหลังแบบจัดเต็ม
ขยับมาดูทีมกลุ่มม้าบืดที่น่าจับตามอง "ไวกิ้ง" นอร์เวย์ ถูกจัดให้อยู่ในอันดับหก ในฐานะทีมที่เซ็ตระบบเอ็กซ์คลูซีฟสร้างขึ้นมาเพื่อซัพพอร์ตจอมมารบู เออร์ลิง ฮาแลนด์ โดยเฉพาะ ด้านโคลอมเบียตบเท้าเข้าป้ายในอันดับเจ็ด ด้วยสไตล์การเล่นที่ใช้ความเร็วจัดจ้านบวกกับพลังขับเคลื่อนทางกราบข้างที่มี หลุยส์ ดิอาซ เป็นตัวชูโรงขับเคลื่อนเกมรุก ตัดภาพกลับมาที่ โปรตุเกส ถูกวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาว่ากำลังแบกรับภาระหนักอึ้งจากความต้องการของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ยังคงอยากเป็นศูนย์กลางจักรวาลในทุกสิ่งทุกอย่างของทีม
มาถึงโซนท้ายตารางกับทีมที่ทำผลงานได้น่าผิดหวังที่สุด เช็กเกีย โดนจวกยับว่าเล่นกันเชื่องช้าเป็นเรือเกลือและทำลายโอกาสตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลบภาพจำอันงดงามของทีมชุดรองแชมป์ยูโร 1996 ไปจนหมดสิ้น แต่ที่ยับเยินที่สุดจนรั้งอันดับสุดท้ายคือ ตูนิเซีย ที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อันน่าอับอายด้วยการสั่งปลดกุนซือเซ่นเกมนัดแรกทันที สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวแบบวิกฤติตั้งแต่หัววัน
ปิดท้ายด้วยน้องใหม่อย่าง อุซเบกิสถาน แม้ว่าจะโดนรับน้องใหม่แบบโหดเหี้ยมด้วยสกอร์ยับเยิน 7-1 ในเกมเปิดตัวฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แต่พวกเขายังมีช็อตเด็ดให้แฟนบอลได้จดจำไปชั่วชีวิต เมื่อ อับบอสเบค ฟาอิซุลลาเยฟ จัดการซัดประตูแรกในประวัติศาสตร์บนเวทีเวิลด์คัพของประเทศได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นประเด็นที่งดงามท่ามกลางคราบน้ำตาอย่างแท้จริง
#ฟุตบอลโลก2026 #บอลโลก2026 #ผลบอลโลก #วิเคราะห์บอลโลก #อังกฤษ #อาร์เจนตินา #บราซิล #เมสซี่ #ฮาแลนด์ #โรนัลโด้








