วันที่ 20 มิ.ย. 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3 ฝั่งอันดามัน” ในพื้นที่จังหวัด ภูเก็ต พังงา และ กระบี่ เพื่อปราบปรามการถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนแทนคนต่างด้าวอย่างผิดกฎหมาย
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการกำลังหลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจภูธรภาค 8 ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หน่วยสืบสวนสอบสวน ตลอดจนหน่วยงานฝ่ายปกครองและกรมที่ดิน โดยมีเป้าหมายตรวจค้นที่ดิน 89 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 49 ไร่ มูลค่ากว่า 1,053 ล้านบาท
ผลการปฏิบัติสามารถดำเนินคดีและออกหมายจับรวม 59 หมาย จับกุมผู้ต้องหาได้ 48 ราย แบ่งเป็นชาวไทย 27 ราย และชาวต่างชาติ 21 ราย จากหลายสัญชาติ อาทิ อิสราเอล ฝรั่งเศส โปแลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ อังกฤษ รัสเซีย และเนเธอร์แลนด์
ภูเก็ต–พบเครือข่ายนอมินีหลายกลุ่ม
ในพื้นที่ ภูเก็ต พบการถือครองที่ดินผ่านบริษัทนอมินี 10 บริษัท รวมพื้นที่กว่า 56 แปลง มูลค่ารวมกว่า 231 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นทั้งกลุ่มบริษัทที่เข้าข่ายนอมินีโดยตรง และกลุ่มที่มีต่างชาติถือหุ้นเกินกึ่งหนึ่ง
พังงา–ตรวจพบธุรกิจโรงแรมผิดกฎหมาย
ในพื้นที่ พังงา เจ้าหน้าที่ตรวจพบธุรกิจโรงแรมและวิลล่าที่เปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงกรณีบริษัทที่มีลักษณะถือหุ้นแทนต่างชาติ พร้อมจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติอังกฤษ 1 ราย
กระบี่–จับเครือข่ายอสังหาฯ ต่างชาติ
ในพื้นที่ กระบี่ พบเครือข่ายบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจบริการหลายแห่ง ใช้โครงสร้างนอมินีถือหุ้นแทนต่างชาติ รวมถึงการปลอมเอกสารทางทะเบียนและบัญชีบางส่วน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อจัดระเบียบการลงทุนในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญภาคใต้ ป้องกันการเอาเปรียบทางเศรษฐกิจ และสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการไทย พร้อมย้ำว่าจะขยายผลการปราบปรามทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง








