เยอรมนีดุจัด! ไล่ยำคูราเซา 7-1 เปิดหัวฟุตบอลโลก 2026 “ฮาเวิร์ตซ์” เหมาสอง พาทีมขึ้นนำฝูง
ทีมชาติเยอรมนี เปิดฉากศึกฟุตบอลโลก 2026 ได้อย่างร้อนแรง หลังไล่ถล่มทีมชาติคูราเซาไปแบบขาดลอย 7-1 เก็บ 3 คะแนนเต็ม พร้อมทะยานขึ้นนำจ่าฝูงกลุ่มอีทันที ในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569 ณ สนามเอ็นอาร์จี สเตเดียม เมืองฮุสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา
เกมนี้ “อินทรีเหล็ก” แสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นตั้งแต่ต้นเกม โดยสามารถออกนำได้อย่างรวดเร็วจาก เฟลิกซ์ เมชา ในนาทีที่ 6 ก่อนที่คูราเซาจะตามตีเสมอ 1-1 จาก ลิวาโน่ โคเมเนนเซีย ในนาทีที่ 21
อย่างไรก็ตาม หลังจากเสียประตู เยอรมนีกลับเร่งเครื่องอย่างหนัก และกลับมาขึ้นนำอีกครั้งจาก นิโก้ ชล็อตเตอร์เบ็ค นาทีที่ 38 ก่อนที่ ไค ฮาเวิร์ตซ์ จะสังหารจุดโทษเข้าไปในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก นาที 45+5 ส่งให้เยอรมนีนำห่าง 3-1 ก่อนจบ 45 นาทีแรก
เข้าสู่ครึ่งหลัง เยอรมนียังคงเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง และได้ประตูเพิ่มจาก จามาล มูเซียล่า นาทีที่ 47 ตามด้วย นาธาเนียล บราวน์ นาทีที่ 68 และ เดนิซ อุนดาฟ นาทีที่ 78
ช่วงท้ายเกม ไค ฮาเวิร์ตซ์ มาซัดประตูที่สองของตัวเองในนาทีที่ 88 ปิดกล่องให้เยอรมนีเอาชนะไปอย่างถล่มทลาย 7-1 ประเดิมศึกเวิลด์คัพ 2026 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
จากชัยชนะนัดนี้ ทำให้ทีมชาติเยอรมนีเก็บ 3 คะแนนแรก พร้อมขยับขึ้นนำเป็นจ่าฝูงกลุ่มอีทันที และส่งสัญญาณชัดเจนถึงบรรดาคู่แข่งว่า พวกเขาพร้อมกลับมาทวงความยิ่งใหญ่บนเวทีฟุตบอลโลกอีกครั้ง
สรุปผู้ทำประตู
นาที 6 : 1-0 เฟลิกซ์ เมชา (เยอรมนี)
นาที 21 : 1-1 ลิวาโน่ โคเมเนนเซีย (คูราเซา)
นาที 38 : 2-1 นิโก้ ชล็อตเตอร์เบ็ค (เยอรมนี)
นาที 45+5 : 3-1 ไค ฮาเวิร์ตซ์ (จุดโทษ)
นาที 47 : 4-1 จามาล มูเซียล่า (เยอรมนี)
นาที 68 : 5-1 นาธาเนียล บราวน์ (เยอรมนี)
นาที 78 : 6-1 เดนิซ อุนดาฟ (เยอรมนี)
นาที 88 : 7-1 ไค ฮาเวิร์ตซ์ (เยอรมนี)
#ฟุตบอลโลก2026 #FIFAWorldCup2026 #WorldCup2026 #เยอรมนี #ทีมชาติเยอรมนี #อินทรีเหล็ก #คูราเซา #Germany #Curacao #บอลโลก #ฟุตบอลโลก #ผลบอล #ข่าวฟุตบอล #ข่าวกีฬา #ฟุตบอลต่างประเทศ #ไคฮาเวิร์ตซ์ #KaiHavertz #จามาลมูเซียล่า #Musiala #นิโก้ชล็อตเตอร์เบ็ค #DenizUndav #FelixNmecha #NRGStadium #Houston #WorldCup #GermanyNationalTeam #ผลบอลล่าสุด #กีฬาโลก #ฟุตบอลวันนี้ #ข่าวบอล #จ่าฝูงกลุ่มอี #เวิลด์คัพ2026 #FIFA #SoccerNews #FootballNews








