นาทีนี้ต้องกราบหัวใจชายที่ชื่อ "อูไน เอเมรี่" ยอดกุนซือชาวสเปนวัย 54 ปี ที่เพิ่งจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลยุโรป หลังระเบิดฟอร์มเทพพา "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า ไล่ถล่ม ไฟร์บวร์ก ยับเยิน 3-0 ในศึกยูโรปา ลีก รอบชิงชนะเลิศ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ผงาดคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 5 ในอาชีพการคุมทีมได้อย่างยิ่งใหญ่
ความสำเร็จระดับมาสเตอร์พีซครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการยุติการรอคอยแชมป์ยุโรปที่ยาวนานกว่า 30 ปีของสาวก แอสตัน วิลล่า เท่านั้น แต่ยังส่งให้ เอเมรี่ ก้าวขึ้นไปยืนบนหิ้งหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดบนเวทียุโรปอย่างไร้ข้อกังขา
โดย "เอเมรี่" กลายเป็นกุนซือคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์ที่คว้าถ้วยยุโรปมาครองได้ถึง 5 ครั้ง เทียบชั้นยอดผู้จัดการทีมระดับตำนานอย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ, โชเซ่ มูรินโญ่ และ โจวานนี่ ตราปัตโตนี่ ไปเรียบร้อยแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เอเมรี่ ยังจารึกสถิติสุดโหดด้วยการเป็นกุนซือคนแรกที่คว้าแชมป์ยูโรปา ลีก กับ 3 สโมสรที่แตกต่างกัน และนับเป็นครั้งแรกที่เขาพาทีมนอกบ้านเกิดเถลิงบัลลังก์แชมป์รายการนี้ได้สำเร็จ
หากย้อนดูเส้นทางอันน่าทึ่ง ก่อนหน้านี้เขาเคยสร้างยุครุ่งเรืองสุดขีดกับ เซบีย่า ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ยูโรปา ลีก 3 สมัยซ้อนในปี 2014, 2015 และ 2016 ก่อนจะข้ามไปพา บียาร์เรอัล คว้าแชมป์สมัยที่ 4 ในปี 2021 โดยตลอดชีวิตการทำทีมในทัวร์นาเมนต์นี้ เอเมรี่ พลาดท่าแพ้ในนัดชิงชนะเลิศเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น สมัยที่คุม อาร์เซน่อล แล้วพ่ายให้กับ เชลซี 1-4 ในปี 2019
และชัยชนะนัดล่าสุดนี้เองที่เป็นการตอกย้ำสถาปนาตัวเขาขึ้นเป็น “ราชายูโรปา ลีก” ตัวจริงเสียงจริง พร้อมพา แอสตัน วิลล่า กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่บนสมรภูมิยุโรปได้อย่างสมศักดิ์ศรี
#อูไนเอเมรี่ #แอสตันวิลล่า #ยูโรปาลีก #วิลล่าคว้าแชมป์ #ข่าวฟุตบอล #ฟุตบอลยุโรป #เอเมรี่ #พรีเมียร์ลีก #ผลบอล #SEOกีฬา








