กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เร่งยกระดับระบบบริหารจัดการทุนกีฬาไทยสู่มาตรฐานสากล จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการรายงานความก้าวหน้าและประเมินผลโครงการด้วยตนเอง (Self-Assessment) ครั้งที่ 2 ที่จังหวัด สุราษฎร์ธานี สำหรับผู้ขอรับทุน มุ่งสร้าง “กลไกลงทุนเชิงยุทธศาสตร์” เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการกองทุนให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์การพัฒนากีฬาไทยในระยะยาว รวมถึงสร้างมาตรฐานด้านการติดตามและประเมินผลโครงการอย่างเป็นระบบ การใช้จ่ายงบประมาณเกิดประสิทธิผลสูงสุดต่อวงการกีฬาไทย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจการกีฬา กีฬาอาชีพ และอุตสาหกรรมกีฬาของประเทศให้เป็น Economic Driver ใหม่ของประเทศ คาดสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าผลักดัน Sport GDP ปี 2570 แตะ 218,000 ล้านบาท และยกระดับศักยภาพกีฬาไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน
นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายส่งเสริมกีฬา กล่าวว่า กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ กำลังเดินหน้าปรับบทบาทจาก “ผู้สนับสนุนงบประมาณ” ไปสู่ “กลไกการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ด้านกีฬา” ของประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพกีฬาไทยอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติการแข่งขัน เศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
“การจัดอบรมต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 สะท้อนความตั้งใจในการสร้างระบบบริหารจัดการทุนที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และวัดผลได้จริง โดยกองทุนมีพันธกิจสำคัญในการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับสมรรถนะกีฬาไทยอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมเศรษฐกิจการกีฬา พัฒนาบุคลากรกีฬา สร้างโอกาสการเข้าถึงทุนอย่างเป็นธรรม และปฏิรูประบบฐานข้อมูลดิจิทัลเพื่อการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ” นายสุรศักดิ์ กล่าว
ภายในงาน ยังมีการทบทวนแผนยุทธศาสตร์และแผนดำเนินงานกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570–2573 เพื่อเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนในระบบกีฬาไทยอย่างครอบคลุม โดยกองทุนได้กำหนด 9 ยุทธศาสตร์สำคัญ ครอบคลุมทั้งการพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศ กีฬาอาชีพ อุตสาหกรรมกีฬา มวยไทยสู่แบรนด์ระดับโลก การพัฒนานักกีฬาและบุคลากรทางการกีฬา ตลอดจนการยกระดับระบบบริหารจัดการกองทุนให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ กองทุนตั้งเป้าผลักดันให้มีการพัฒนากีฬาของประเทศไทยให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ภายใน 4 ปี เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับภาพลักษณ์ประเทศในเวทีนานาชาติ ผ่านทางการจัดกิจกรรมกีฬาที่ได้รับความนิยมพร้อมยกระดับผลงานของนักกีฬาไทยในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก เอเชียนเกมส์ และซีเกมส์ โดยตั้งเป้าคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขัน Olympic Games LA 2028 รวมถึงผลักดันระบบนิเวศกีฬามวยไทยสู่ระดับสากล และสร้างโอกาสให้
สมาคมกีฬาภายใต้การกำกับดูแลของการกีฬาแห่งประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย เข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม คาดหวังว่าจะสามารถผลักดันมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมกีฬาไทย (Sport GDP) ในปี 2570 ให้มีมูลค่าประมาณ 218,000 ล้านบาท
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ การบรรยายพิเศษโดย นายศุภณัฐ สำเนียง วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินผลโครงการ ในหัวข้อ “การรายงานความก้าวหน้าและประเมินผลโครงการด้วยตนเอง (Self-Assessment)” สำหรับผู้ขอรับทุน ซึ่งได้อธิบายแนวทางและหลักเกณฑ์การประเมินผลโครงการ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการพิจารณาสนับสนุนทุนในปีถัดไป โดยเกณฑ์การประเมินแบ่งออกเป็น 2 มิติหลัก ได้แก่ มิติทั่วไป ที่เน้นความสอดคล้องของผลลัพธ์จริง การบริหารจัดการ และการใช้จ่ายตามแผนงาน และมิติเฉพาะประเภทโครงการ ซึ่งครอบคลุมทั้งการสนับสนุนกิจกรรมกีฬา การพัฒนานักกีฬาและบุคลากรกีฬา เงินรางวัล สวัสดิการและทุนการศึกษา การสนับสนุนกีฬาอาชีพและกีฬามวย และการควบคุมสารต้องห้ามตามกฏหมาย
สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ในปีงบประมาณ 2567 กองทุนได้อนุมัติสนับสนุนทุนรวม 1,145.2 ล้านบาท คิดเป็น 86% ของกรอบงบประมาณ ขณะที่ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการเบิกจ่ายอีก 171.7 ล้านบาท หรือ 14% ส่วนในปี 2568 มีคำขอรับทุนรวมกว่า 2,757 โครงการ คิดเป็นวงเงินรวมมากกว่า 10,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความต้องการพัฒนาและยกระดับวงการกีฬาไทยในทุกมิติ
กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จึงเร่งพัฒนาระบบบริหารจัดการทุนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งการเพิ่มโอกาสให้ผู้ขอทุนเข้าถึงการสนับสนุนได้อย่างทั่วถึง การปรับปรุงกระบวนการยื่นขอทุนในปี 2569 ให้รวดเร็ว โปร่งใส และสามารถติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ พร้อมให้ความสำคัญกับโครงการที่สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ มีความคุ้มค่า วัดผลได้จริง และสร้างความยั่งยืนต่อวงการกีฬาไทยในระยะยาว
กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เชื่อมั่นว่า การยกระดับระบบบริหารจัดการภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการมุ่งผลสัมฤทธิ์ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างโอกาส พัฒนาศักยภาพนักกีฬา บุคลากรทางการกีฬา และสมาคมกีฬาทั่วประเทศ พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่ความสำเร็จด้านกีฬาในเวทีโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป








