เลอบรอน เจมส์ ซูเปอร์สตาร์ของ แอลเอ เลเกอร์ส ยอมรับว่ายังไม่แน่ใจว่าเกมพ่าย โอกลาโฮม่า ซิตี้ ธันเดอร์ ในศึกเอ็นบีเอ เพลย์ออฟ รอบรองชนะเลิศสายตะวันตก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา จะเป็นเกมสุดท้ายในอาชีพของเขาหรือไม่ หลังเลเกอร์สพ่าย 110-115 คะแนน และโดนกวาดซีรีส์ 0-4 เกม
เกมดังกล่าว เลอบรอนทำผลงานได้ 24 คะแนน 12 รีบาวด์ และ 3 แอสซิสต์ จากการยิงฟิลด์โกลลง 8 จาก 18 ครั้ง แต่จังหวะสำคัญช่วง 20 วินาทีสุดท้าย เขาพลาดการเลี้ยงบอลเข้าไปทำแต้มที่อาจพาเลเกอร์สขึ้นนำ ส่งผลให้ทีมต้องจบเส้นทางในเพลย์ออฟอย่างน่าเจ็บปวด
หลังจบเกม ฟอร์เวิร์ดวัย 41 ปี เปิดเผยผ่าน สเป็คตรัม สปอร์ตส์ เน็ตเวิร์ก ว่าเขายังไม่สามารถตอบได้ชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง
“ผมยังไม่รู้ว่าจะเอายังไงต่อ แน่นอนว่าเราทุกคนยังผิดหวังกับความพ่ายแพ้ครั้งนี้ และผมยังไม่รู้ว่าอนาคตของตัวเองจะเป็นอย่างไร” เลอบรอนกล่าว
เจ้าของแชมป์เอ็นบีเอ 4 สมัย ระบุว่าเขาจะกลับไปใช้เวลากับครอบครัว ก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตในเส้นทางอาชีพ
“ผมจะกลับไปอยู่กับครอบครัว พูดคุยกับพวกเขา และใช้เวลาอยู่ด้วยกัน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ทุกคนก็จะได้รู้ว่าผมตัดสินใจอย่างไร”
แม้จะผิดหวังกับการตกรอบ แต่เลอบรอนยืนยันว่าเขาทุ่มเททุกอย่างเต็มที่แล้วในฤดูกาลนี้
“ผมทำทุกอย่างที่ควบคุมได้ และผมเดินออกจากสนามด้วยความรู้สึกว่าผมทุ่มเทเต็มที่ แม้ว่าผมจะเกลียดความพ่ายแพ้ แต่ผมก็ทำทุกอย่างเพื่อทีม”
“เราพยายามทำให้ทุกคนมุ่งมั่นกับเป้าหมายเดียวกัน แม้สุดท้ายเราจะไปไม่ถึง แต่ผมไม่มองว่าฤดูกาลนี้เป็นความล้มเหลว”
ฤดูกาล 2025-26 ถือเป็นฤดูกาลอาชีพปีที่ 23 ของ เลอบรอน เจมส์ ซึ่งเป็นสถิติที่ไม่เคยมีผู้เล่นคนใดในเอ็นบีเอทำได้มาก่อน
อย่างไรก็ตาม บทบาทของเขาในฤดูกาลนี้เปลี่ยนไป จากเดิมที่เป็นตัวแบกหลักของทีม กลายมาเป็นตัวสนับสนุนให้กับสองผู้เล่นทำแต้มสำคัญของเลเกอร์สอย่าง ลูกา ดอนชิช และ ออสติน รีฟส์
“ผมไม่เคยเป็นตัวเลือกอันดับสามมาก่อนในชีวิต การได้ปรับตัวกับบทบาทนั้น แล้วกลับมารับบทนำอีกครั้งในเพลย์ออฟ มันไม่ง่ายเลย” เลอบรอนกล่าว
ตลอดทั้งฤดูกาลที่ผ่านมา เลอบรอนยังคงถูกถามเรื่องการรีไทร์อย่างต่อเนื่อง แต่เจ้าตัวยังไม่เคยให้คำตอบที่ชัดเจน โดยปัจจุบันเขาอยู่ในปีสุดท้ายของสัญญา 2 ปี มูลค่า 101.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำลังจะกลายเป็นอันรีสตริกต์ ฟรีเอเจนต์
“ผมไม่มีอะไรต้องพิสูจน์ในลีกนี้อีกแล้ว ผมผ่านมาหมดแล้ว และเห็นมาหมดแล้ว” ซูเปอร์สตาร์วัย 41 ปี กล่าวทิ้งท้าย
“สิ่งที่ยังผลักดันผมอยู่เสมอ คือการแข่งขันและการไล่ล่าแชมป์”
“ผมยังรักเกมบาสเกตบอล และไม่คิดว่าความรู้สึกนั้นจะหายไป แต่สิ่งสำคัญสำหรับผมคือกระบวนการระหว่างทาง เพราะถ้าวันหนึ่งผมหมดรักในกระบวนการ ผมก็คงหมดรักในเกมนี้เช่นกัน”
สำหรับฤดูกาลล่าสุด เลอบรอนลงเล่นในฤดูกาลปกติไป 60 เกม ซึ่งถือเป็นจำนวนเกมที่น้อยที่สุดอันดับ 5 ตลอดอาชีพ หลังต้องพลาดช่วงต้นฤดูกาลถึง 14 เกม จากอาการปวดเส้นประสาทไซอาติก
#เลอบรอนเจมส์ #เลเกอร์ส #NBA #ธันเดอร์ #ลูกาดอนชิช #ออสตินรีฟส์ #ข่าวNBA #ข่าวบาส #บาสเกตบอล #เลอบรอน #เอ็นบีเอ #แอลเอเลเกอร์ส #เพลย์ออฟNBA #ข่าวกีฬา #เลอบรอนรีไทร์








