วันที่ 20 ก.ค.69 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า... ปลดล็อกมุมมองข้อกฎหมาย! บรรทัดฐานศาลฎีกาที่ 335/2563 กับสิทธิของผู้ที่เห็นว่าตนตกเป็นเหยื่อขบวนการฝากเข้ารับราชการ
จากกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับแนวทางการพิจารณาหรือการเพิกถอนคำสั่งต่างๆ ของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับขบวนการฝากบุคคลเข้ารับราชการนั้น ในมุมมองข้อกฎหมาย มีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจศึกษาและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน คือ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2563 ครับ
โดยใจความสำคัญของคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2563 ได้วางแนววินิจฉัยไว้ว่า: จำเลยได้ใช้อุบายหลอกลวงผู้เสียหายว่าสามารถฝากบุคคลเข้ารับราชการได้ จนผู้เสียหายหลงเชื่อและยอมมอบเงินให้ไปจำนวน 550,000 บาท ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ผู้เสียหายไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด" เนื่องจากจำเลยมีเจตนาทุจริตหลอกลวงเอาเงินมาตั้งแต่ต้น ส่วนผู้เสียหายจ่ายเงินไปเพราะความหลงเชื่อในคำลวง ไม่ได้มีเจตนาจะร่วมกับจำเลยไปฉ้อโกงใคร จึงยังคงมีฐานะเป็น "ผู้เสียหายโดยนิตินัย" มีอำนาจฟ้องร้องดำเนินคดี และศาลสั่งให้จำเลยต้องคืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่ผู้เสียหาย
แง่คิดและแนวทางปฏิบัติตามกฎหมาย
หากในอนาคตมีหน่วยงานราชการ อาทิ กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งหรือมาตรการทางปกครองใดๆ ออกมา ผู้ที่เห็นว่าตนตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง หรือผู้ที่อ้างว่าได้รับความเสียหายจากขบวนการในลักษณะนี้ อาจนำแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2563 ข้างต้น ไปประกอบการใช้สิทธิตามกฎหมายได้ ทั้งนี้ ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและพฤติการณ์เป็นรายกรณีไปครับ เพราะในทางกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาแต่ละคดีจะผูกพันเฉพาะคู่ความ และศาลจะวินิจฉัยจากพยานหลักฐานเฉพาะเรื่องเป็นสำคัญ
ผมอยากฝากประเด็นนี้ไว้เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงสิทธิตามกฎหมายอย่างถูกต้อง รู้เท่าทัน และใช้สิทธิโดยสุจริตครับ
สามารถ เจนชัยจิตรวนิช
อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม








