กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ สำหรับดราม่าร้านเจลาโต้พรีเมียม PARAMETER ของ “กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์” หลังเกิดกระแสวิจารณ์จากหลายประเด็น ทั้งราคาสูง กฎการรับประทาน รวมถึงข้อความเกี่ยวกับ Mindset ผู้บริโภค จนเกิดเสียงถกเถียงอย่างกว้างขวาง ล่าสุดเจ้าของร้านออกมาชี้แจงทุกข้อสงสัย พร้อมยืนยันเจตนาไม่ได้ต้องการดูถูกใคร และกล่าวขอโทษหากการสื่อสารทำให้เกิดความเข้าใจผิด
วันที่ 19 ก.ค.2569 เพจอรรถรส โพสต์ข้อความระบุว่า
-สรุปดราม่าร้านเจลาโต้ PARAMETER ของ "กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์" จากประเด็นห้ามถ่ายรูป-ห้ามเคี้ยว สู่ปมเดือดวิจารณ์ Mindset คนไทย ล่าสุดเจ้าตัวออกโรงแถลงชี้แจงทุกประเด็นแล้ว "พร้อมขอโทษจากใจ ยืนยันไม่ได้หยิ่ง แค่อยากให้กินของดีที่สุด!"
จุดเริ่มต้นดราม่า
-เรื่องเริ่มจากร้าน PARAMETER แบรนด์เจลาโต้พรีเมียมของคุณกฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ที่ชูจุดขายเรื่องความพิถีพิถันและใช้วัตถุดิบระดับโลก
-อินฟลูเอนเซอร์สายรีวิว ได้ไปลองชิมแล้วทำคลิปรีวิวฟาดตรงๆ เรื่องราคาที่สวนทางกับปริมาณอย่างชัดเจน
-จนเกิดวลีเด็ดเป็นไวรัลว่า "มั่นหน้ากล้าขายราคานี้ ไอติมเท่าถ้วยไหว้ผี!" ทำให้ชาวเน็ตเริ่มตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่าและพากันทัวร์ลงร้าน
-นอกจากนี้ทางร้านมีกฎห้ามลูกค้าถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอ โดยให้เหตุผลว่าเจลาโต้เนื้อ Ultra Smooth จะละลายเร็ว
-แต่มีชาวเน็ตตั้งคำถามว่า ทำไมตัวคุณกฤษณ์ถึงถ่ายคลิปตอนกินได้? เจ้าตัวเลยออกมาชี้แจงว่า ตนไปฝึกทำที่อิตาลีมา 5 ปี จึงมี "สกิล" ที่คนทั่วไปไม่มี
-มีประเด็นที่อินฟลูเอนเซอร์วัยรุ่นทำคลิปคอนเทนต์เชิงว่า "แอบเคี้ยวเจลาโต้ลับหลังพี่กิต"
-คุณกฤษณ์แคปภาพอินฟลูฯ คนดังกล่าวมาโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมประกาศ "ขอ ban น้องคนนี้"
-สั่งลงโทษห้ามลูกค้าคนนี้ซื้อเจลาโต้รส Signature ที่มีส่วนผสมของถั่วทุกรายการ และอนุญาตให้กินได้แค่รส Classic เท่านั้น
-ประเด็นยิ่งเดือดขึ้น เมื่อคุณกฤษณ์อัดคลิปและโพสต์ข้อความซัดคนไทยว่า มี Mindset ชอบแข่งกันทำของถูก และชอบด้อยค่าของดีๆ
-บอกว่าคนไทยต้องหยุด Mindset ไม่พัฒนาแบบนี้ ไม่งั้นประเทศจะมีแต่ของห่วยๆ คนตั้งใจทำของดีก็หมดกำลังใจ และบอกว่าคนที่คิดแบบนี้คือคนที่ "อยู่แต่ในกะลา"
ล่าสุดตั้งโต๊ะแถลง เคลียร์ปม "ห้ามถ่ายรูป-แบนลูกค้า"
-คุณกฤษณ์ชี้แจงว่า จริงๆ แล้วไม่ได้มีกฎบังคับห้ามถ่ายรูป และไม่ได้กลัวคนมาขโมยสูตร
-แต่ด้วยราคาเจลาโต้ที่สูงถึงถ้วยละ 400-500 บาท จึงอยากให้ลูกค้าได้สัมผัสรสชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุดโดยที่ไอศกรีมยังไม่ละลาย
-ตามหลักวิทยาศาสตร์ เจลาโต้ในตู้แช่จะอยู่ที่ -8 ถึง -9 องศาเซลเซียส เมื่อตักออกมาจะลดเหลือ -7 องศา และอุณหภูมิที่คายความหอมได้ดีที่สุดคือ -6 องศา ถ้ามัวแต่ถ่ายรูป เจลาโต้จะละลายและเสียรสชาติ
-ส่วนประเด็นคลิปที่บอกว่าแบนลูกค้าที่มาเคี้ยวเจลาโต้ ความจริงเป็นเพียงการเล่นมุกและทำคอนเทนต์สนุกๆ กับน้องยูทูบเบอร์หน้าตู้ ไม่ได้โกรธหรือแบนจริงๆ ตามที่คนเข้าใจผิด
แจงดราม่าด่าแรง "คนไทยอยู่ในกะลา" พร้อมกล่าวขอโทษ
-ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาดูถูกคนไทย หรือมองว่าคนจนกินไม่ได้
-เจตนาที่แท้จริงคือต้องการเปรียบเทียบว่า หากเราอยู่ในสังคมที่ทุกคนมุ่งมั่นจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพสูงสุด สังคมนั้นก็จะเจริญก้าวหน้า
-เพราะไปเห็นมาตรฐานที่ดีเยี่ยมจากต่างประเทศอย่างอิตาลีและญี่ปุ่น เลยอยากนำแนวคิดนี้มาผลักดันให้คนไทยมี Mindset อยากทำของดีระดับพรีเมียมบ้าง
-งานนี้คุณกฤษณ์ได้กล่าว "ขอโทษจากใจจริง" หากการใช้คำศัพท์ที่ดูรุนแรงทำให้หลายคนตีความเจตนาผิดเพี้ยนและรู้สึกแย่ ย้ำว่าตนมีความตั้งใจที่ดีและไม่ได้อยากเหยียดใคร
ตอบชัด! ทำไมเจลาโต้ถึงแพงหูฉี่?
-ไม่ได้ตั้งราคาแพงเพราะขายในห้างหรู แต่เป็นเพราะใช้วัตถุดิบระดับโลกที่หายากและต้นทุนสูงมาก
-กระบวนการทำแบบ Classic Gelato นั้นซับซ้อนสุดๆ ต้องใช้เวลาเตรียม 24 ชั่วโมง ถึง 30 วัน
-ตัวอย่างเช่น รสกัวเตมาลา (ถ้วยละ 519 บาท) ใช้เมล็ดกาแฟที่ต้องประมูลมาในปริมาณที่จำกัดมากๆ จึงขายถูกไม่ได้
-พร้อมแอบสปอยล์ด้วยว่า เร็วๆ นี้เตรียมปล่อยรสชาติใหม่ที่เอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ ในราคาถ้วยละ 700 บาท!
ปมชั่งน้ำหนัก 90-100 กรัม ทำไมได้ไม่เท่ากัน?
-เปรียบเทียบว่าการทำไอศกรีมสดไม่ใช่งานโรงงานอุตสาหกรรม จึงตักให้ได้น้ำหนักเป๊ะเท่ากันทุกถ้วยไม่ได้ เหมือนร้านอาหารตามสั่งที่บางวันปริมาณหมูก็ได้ไม่เท่ากัน
-สาเหตุที่ถ้าตักเกิน 101 กรัมแล้วต้องเอาออก เพราะปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้สัดส่วนความอร่อยเสียสมดุล
-จริงๆ ทางร้านจะแอบกะปริมาณหลังร้านโดยไม่โชว์ตาชั่งก็ได้ แต่ที่เลือกชั่งให้เห็นต่อหน้า เพราะต้องการความโปร่งใสและจริงใจกับลูกค้าที่สุด
เรื่องลูกค้านำถ้วยมาเองเพื่อขอส่วนลด
-ถ้วยที่ร้านใช้เสิร์ฟจะถูกแช่เย็นจัดไว้ที่ -40 องศาเซลเซียส ถ้าลูกค้าเอาถ้วยอุณหภูมิห้องมาเอง จะทำให้เจลาโต้ละลายทันทีที่สัมผัสถ้วย
-หากลูกค้าไม่ต้องการนำถ้วยของร้านกลับบ้าน สามารถแลกคูปองส่วนลด 10 บาทแทนได้
-เพราะกำไรของร้านบางมาก การที่ลูกค้าจะต้องแบกถังใส่น้ำแข็งแห้งมาเองเพื่อรักษาความเย็นของถ้วย ถือเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและยุ่งยากเกินไป
เคลมแรง! มั่นใจเจลาโต้ร้านตัวเอง "อร่อยที่สุดในโลก"
-ประกาศอย่างมั่นใจว่า เจลาโต้สไตล์คลาสสิกของร้าน (เฉพาะรสพิสตาชิโอ, เฮเซลนัท, ช็อกโกแลต และกาแฟ) คือ "อันดับ 1 ของโลก"
-ที่หายหน้าไปจากวงการ 5 ปี คือบินไปชิมและศึกษาร้านเจลาโต้ระดับท็อปทั่วอิตาลีและยุโรป นำมาพัฒนาสูตรลดน้ำตาลลง 20% เพื่อให้เข้ากับคนไทย จนมั่นใจว่าอร่อยกว่าต้นตำรับ
-สาเหตุที่ไม่ไปแข่งเวทีระดับโลก เพราะเวทีประกวดเหล่านั้นแข่งทำ Modern Gelato (ใช้เครื่องจักร) ซึ่งเอามาเทียบกับสไตล์ Classic (งานคราฟต์) ไม่ได้เลย เปรียบเหมือนกะทิกล่องกับกะทิคั้นมือ
บทสรุปดราม่า ยอดขายไม่ตก พร้อมฝากข้อคิดทิ้งท้าย
-ดราม่าที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการสร้างกระแสเพื่อการตลาด ยอดขายไม่ได้ตก และร้านยังคงแน่นไปด้วยลูกค้าประจำและชาวต่างชาติ
-คุณกฤษณ์ย้ำคำขอโทษอีกครั้ง สำหรับทุกคนที่ดูคลิปก่อนหน้านี้แล้วรู้สึกไม่สบายใจจากสไตล์การพูดของตนเอง
-ทิ้งท้ายว่าอยากชวนให้ทุกคนลองเปิดใจมาชิม ตัดอคติเรื่องราคาออกไปก่อน และอย่าเพิ่งเอาไปเปรียบเทียบกับไอศกรีมราคาถูก
-หวังว่าคุณภาพของเจลาโต้ถ้วยนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยลุกขึ้นมาสร้างสรรค์ "ของดีๆ" ระดับพรีเมียมให้เกิดขึ้นในประเทศต่อไป
ข่าววาไรตี้








