สถานการณ์สำคัญที่ต้องจับตาในวันนี้ คือความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่เดินหน้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของการสู้รบ ส่งผลให้สถานการณ์ในภูมิภาคยิ่งทวีความรุนแรง และสร้างแรงกระเพื่อมต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทาน หากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีเพิ่มเติม หลายฝ่ายประเมินว่าสถานการณ์มีแนวโน้มยืดเยื้อ และอาจขยายวงความตึงเครียดในภูมิภาคได้อีก
ขณะเดียวกัน ต้องติดตามความคืบหน้าการอพยพคนไทยออกจากอิหร่าน โดยเป็นการอพยพผ่านประเทศตุรกี ซึ่งคนไทยล็อตแรกจำนวน 62 คน มีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยในวันนี้ ท่ามกลางมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ขณะที่คนไทยล็อตที่ 2 คาดว่าจะเดินทางถึงประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ (10 มี.ค.)
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์การสู้รบดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์สงครามยังมีความไม่แน่นอน กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงพิจารณาออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางการติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ เพื่อความสะดวกในการประสานงานด้านความปลอดภัย
ในอีกด้านหนึ่งของการเมืองไทย เริ่มเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นสำหรับรัฐบาล “อนุทิน 2” โดยหากยึดตามคำเปิดเผยของนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ที่กล่าวในช่วงการสัมมนาใหญ่ของพรรคเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่า การจัดตั้งรัฐบาลขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้วถึง 99.99% แต่ยังคงเผื่อพื้นที่ไว้ 0.1% เนื่องจากการเมืองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
มีรายงานว่า รัฐบาล “อนุทิน 2” จะมีเสียงสนับสนุนรวมทั้งสิ้น 291 เสียง โดยมีพรรคภูมิใจไทย 192 เสียง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และมีพรรคร่วมรัฐบาล ได้แก่ พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง รวมถึงพรรคขนาดเล็กอีกพรรคละ 1 เสียง ได้แก่ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน พรรคมิติใหม่ พรรคทางเลือกใหม่ และพรรคโอกาสใหม่
จากโครงสร้างดังกล่าว จะเห็นได้ว่า “พรรคกล้าธรรม” ไม่ได้ร่วมอยู่ในรัฐบาล ส่งผลให้พรรคที่คาดว่าจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านในรอบนี้ ได้แก่ พรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทรวมพลัง พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคเสรีรวมไทย และพรรคไทยภักดี
หลังจากนี้ ต้องจับตาการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีรายงานว่าจะมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 14 มีนาคมนี้ เพื่อเลือกประธานสภาฯ คนใหม่ ซึ่งมีตัวเต็งที่ถูกจับตามองอย่างมากคือ นายโสภณ ซารัมย์ ที่มีโอกาสได้รับการเสนอชื่อขึ้นดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรคนต่อไป
สำหรับความเคลื่อนไหวทางการเมืองวันนี้ ต้องติดตามความชัดเจนของโผรายชื่อคณะรัฐมนตรี “อนุทิน 2” หลังจากเริ่มเห็นภาพพรรคร่วมรัฐบาลที่เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลแล้ว โดยมีรายงานโผ ครม.เบื้องต้นว่า พรรคภูมิใจไทยจะดูแลกระทรวงต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 14 กระทรวง คิดเป็น 26 ตำแหน่งรัฐมนตรี
ขณะเดียวกัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต และ สส.บัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน จะเดินทางไปรายงานตัวที่รัฐสภา เพื่อเข้ารับหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27
ในส่วนของภารกิจคณะรัฐมนตรีวันนี้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จะประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคเอกชน เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ขณะที่ทำเนียบรัฐบาลจะมีการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมมาตรการรับมือ
ด้านประเด็นเศรษฐกิจและธุรกิจที่น่าสนใจ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “เดินหน้าเศรษฐกิจไทย ด้านอุตสาหกรรมเติบโต” ภายในงานสัมมนา “อุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดด โตไปด้วยกัน…Smart Industry”
นอกจากนี้ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จะจัดงาน SET-IAA Hot Issue 2026 ภายใต้หัวข้อ “ผ่ากลยุทธ์หุ้นไทย : เฟ้นหา ‘หุ้นหลุมหลบภัย’ ในโลกเศรษฐกิจผันผวน” โดยมีนายบุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการลงทุน และนายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม นักกลยุทธ์การลงทุนจากบริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี ร่วมให้มุมมอง
ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะจัดแถลงสรุปภาวะตลาดหลักทรัพย์ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 รวมถึงกิจกรรม Opportunity Day เพื่อรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 และทั้งปี 2568 ของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง อาทิ OSP, NCAP, PQS, MEGA, PJW, SIRI, PLT, READY, WPH, QHHRREIT, STC, CKP, PTG, TFM, BGC, BA, AMATA, BJC, ITC, XPG, BAREIT, WARRIX, PLUS และ TU
ขณะเดียวกัน บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะจัดพิธีเปิด “SKY AVIATION LAB” พร้อมการเสวนาพิเศษในหัวข้อ “ศักยภาพและความพร้อมของอุตสาหกรรมการบินไทย สู่การเป็น Aviation Hub”
ด้านบริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) หรือ TWPC จะจัดแถลงภาพรวมธุรกิจปี 2568 พร้อมเปิดกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ขณะที่บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 จัดงานแถลงข่าว “Scaling the Core, Shaping the Future ขยายรากฐานอันแข็งแกร่ง ขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืน” เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้บริหาร
ส่วนบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP จะจัดงาน Meet The Press เพื่อนำเสนอแผนยุทธศาสตร์โอสถสภา ปี 2569 พร้อมแนวทางขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE จัดงาน “True Big Moves 2026 ก้าวใหญ่ไปด้วยกัน” และ “Big Moves Big Thanks”
สำหรับภารกิจของผู้บริหารกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะร่วมพิธีส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตรจาก Kubota ให้กับกลุ่มเกษตรกร เพื่อช่วยลดปัญหาการเผาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ในช่วงเย็น ผู้ว่าฯ กทม. จะเข้าร่วมงาน British Fair ร่วมกับเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ก่อนกล่าวต้อนรับในกิจกรรม BANGKOK PERSPECTIVES ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดโดยองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (GIZ)
ขณะที่ น.ส.อรัญญา พรไชยะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร จะลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการพัฒนาถนนสวย บริเวณถนนประชาอุทิศ 90 เขตทุ่งครุ ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบถนนบางขุนเทียน และถนนพระราม 2 ซอย 54 เขตบางขุนเทียน ต่อไป
#ข่าวการเมือง #อนุทิน2 #โผครม #รัฐบาลใหม่ #การเมืองไทย #สงครามอิหร่าน #ตะวันออกกลาง #คนไทยในอิหร่าน #ราคาน้ำมันโลก #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #ข่าวล่าสุด #ข่าวต่างประเทศ #SET #ตลาดหุ้นไทย #เศรษฐกิจไทย








