ข่าววาไรตี้

ไม่ใช่แค่วันพระใหญ่! เปิดความหมาย “มาฆบูชา” วันแห่งความรักในพระพุทธศาสนา

แชร์ข่าว

ในบรรดาวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา “วันมาฆบูชา” คือวันที่ชาวพุทธทั่วโลกยกย่องว่าเปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้งที่สุดวันหนึ่ง ไม่เพียงเป็นวันพระใหญ่ที่มีการทำบุญ ฟังธรรม และเวียนเทียนเท่านั้น หากยังถูกขนานนามว่าเป็น “วันแห่งความรักในพระพุทธศาสนา”  .. และในวันนี้เอง หลักธรรมสำคัญที่วางรากฐานพระพุทธศาสนา ได้ถูกประกาศอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก

ความหมายของวันมาฆบูชา

คำว่า “มาฆบูชา” มาจากภาษาบาลี มาฆปูรณมีปูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือนสาม ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี และในปีที่มีอธิกมาส (ปีที่มีเดือน 8 สองหน) จะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4

เหตุการณ์อัศจรรย์ “จาตุรงคสันนิบาต”

ในวันนั้นได้เกิดเหตุการณ์อัศจรรย์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันในวันเดียว เรียกว่า “จาตุรงคสันนิบาต” หรือการประชุมพร้อมด้วยองค์ 4 ได้แก่

1. ตรงกับวันพระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์

2. พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

3. พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา 6

4. พระสงฆ์ทั้งหมดล้วนเป็น"เอหิภิกขุอุปสัมปทา" คือได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า

“โอวาทปาฏิโมกข์” หัวใจพระพุทธศาสนา

ในวันนั้น พระพุทธเจ้าทรงแสดง “โอวาทปาฏิโมกข์” ซึ่งเป็นหลักคำสอนสรุปแก่นของพระพุทธศาสนา คือ "ละชั่ว ทำดี ทำใจให้บริสุทธิ์ "

- การไม่ทำบาปทั้งปวง (ละชั่ว) การไม่เบียดเบียน ไม่ทำร้าย ไม่เอาเปรียบผู้อื่น

- การทำกุศลให้ถึงพร้อม (ทำดี) การสร้างประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น

- การทำใจให้บริสุทธิ์ (ชำระใจ) การรู้จักดูแลจิตใจตนเอง ไม่ปล่อยให้ความโกรธ โลภ หลง ครอบงำ

 

ทำไมจึงเรียกว่า “วันแห่งความรักในพระพุทธศาสนา”?

เพราะหลักธรรมที่แสดง เป็นความรักที่ประกอบด้วยเมตตาธรรม

- เป็นความรักที่มีต่อเพื่อนร่วมโลก

- เป็นความรักที่ทั้งให้และแบ่งปัน โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น

- เป็นความรักที่มีต่อตนเอง โดยไม่ปล่อยใจให้ตกต่ำ

ในค่ำคืนที่ผู้คนถือเทียนเวียนรอบพระอุโบสถ แสงเทียนที่ส่องสว่างนั้น เปรียบเสมือนแสงแห่งเมตตาที่แต่ละคนจุดขึ้นในใจตนเอง  .. เป็นวันที่เตือนใจให้เราละชั่ว ทำดี และทำใจให้บริสุทธิ์

และนี่เอง วันมาฆบูชาจึงถูกยกให้เป็น “วันแห่งความรักในพระพุทธศาสนา” ในมิติที่ลึกกว่าคำว่ารักทั่วไป

ภาพประกอบที่สร้างด้วย AI (Cr. Sumpun Pantang)

 

แชร์ข่าว