ปากกาขนนก / สกุล บุณยทัต
“...ณ บทบาทของชีวิต... ในแต่ละชีวิต เราต่างมีความมุ่งหวังแห่งใจ... ที่จะหยั่งเห็น และหยั่งรู้ ในความเป็นไปอันสลับซับซ้อนของตัวตนที่ลึกเร้น...!
เป็นความลึกซึ้งในทางจิตใจที่ ‘หยั่งรากลึก’... สู่แก่นสารสาระทั้งภายนอกและภายในแห่ง ‘จักรวาลวิถี’ จนปรากฏเป็นภาพแสดงอันจริงแท้ของความเป็นชีวิต... บนทางแพร่งแห่งเหตุและผลทาง ‘วิทยาศาสตร์’... กอปรกับเหตุและผลอันนับเนื่องถึงธรรมชาติ... และค่าความหมายเหนือ ‘จิตวิญญาณแห่งการดำรงอยู่ของมนุษย์’
...ข้ามผ่านสายทางสู่การบรรลุถึง วัฒนธรรมของความวิเวก... อันถือว่าเป็นความซับซ้อนที่จำเป็นอย่างยิ่งของชีวิตมนุษย์เราทุกคน...!”
“ดั่งผืนพรมประดับผนังอันงดงามที่ถักทอบทกวีและวิทยาศาสตร์... เรื่องราวส่วนตนกับคำพยากรณ์ส่วนรวม... หนังสือที่เขียนขึ้นอย่างไพเราะงดงามเล่มนี้... เอิบอาบไปด้วยสิ่งน่าอัศจรรย์ เป็นการเฉลิมฉลองความโยงใยและความเป็นพวกพ้อง... เป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ของป่าไพร... เป็นเพลงรักแด่... ชีวิต...!”
บทเริ่มต้นข้างต้น... คือสาระแห่งดวงใจอันล้ำลึกและงดงามยิ่ง จากหนังสืออันมีคุณค่าต่อ “ผัสสะรับรู้” ของการเป็นชีวิตหนึ่ง... “หยั่งราก” (Rooted): ชีวิตบนแพร่งวิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ และจิตวิญญาณ...!
งานเขียนสุดยิ่งใหญ่แห่งการรับรู้และตระหนักรู้โดย “ลีอันดา ลินน์ โฮปต์” (Lyanda Lynn Haupt) นักเขียน นักธรรมชาติศึกษา และนักปรัชญานิเวศ ชาวสหรัฐอเมริกา...!
หนังสือ... ที่สามารถนำผู้อ่านให้เกิดแรงกระตุ้นต่อการตระหนักถึงภาวะแห่งการโยงใยอันลึกซึ้งระหว่างชีวิตกับธรรมชาติ รวมทั้ง... การร่วมมือกันในการเยียวยารักษาโลก...! โดยแนวคิด... แห่งการฟื้นฟูสัมพันธภาพระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม...!
“หยั่งราก... ไม่ใช่” การแค่อยู่บนดิน “...แต่เป็นการตระหนักรู้ว่า...” ร่างกาย จิตวิญญาณ และความคิดของมนุษย์ ล้วนพึ่งพิงและเป็นเนื้อเดียวกับ... ธรรมชาติ!
หัวข้อในแต่ละบทของหนังสือ... ที่เปรียบดั่งสาระสำคัญในการสื่อแสดงความหมายอันเป็นคุณประโยชน์ต่อการ “หยั่งคิดเพื่อการหยั่งราก” ออกมา... ล้วนมีนัยความหมาย... ที่ล้ำค่าต่อการศึกษาเพื่อพัฒนาการ... ต่อชีวิต... โดยแท้...!
โดยเปิดประเด็นถึงการมองธรรมชาติผ่านมุมมองที่ลึกซึ้งและชิดใกล้... นำพาผู้ที่มีอำนาจในการสร้างมุมมองแห่งจิตใจ... ได้กลับไปสู่จุดเริ่มต้น... และการได้รู้จัก... การเคารพ... ต่อสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่สะท้อนถึงความสมบูรณ์ของ... “ระบบนิเวศ”
...“วิทยาศาสตร์ พูดจากแดนของเหตุและผลและปริมาณ... แต่มิอาจส่งเสียงบอกเล่าถึงเรื่องราวทางจิตวิญญาณได้เสมอไป...!
ดังนั้น... ลำพังวิทยาศาสตร์จึงมิใช่ความจริงขั้นสูงสุด... การเข้าถึงธรรมชาติจึงจำเป็นต้องสร้างแรงบันดาลใจ... ให้เกิดวิธีคิดที่ดียิ่งๆ ขึ้น... เกี่ยวกับ ‘ปรากฏการณ์’ (ซึ่ง บทกวี เรื่องเล่า ศิลปะ จะช่วยเติมเต็ม... นำทั้งความลุ่มลึกและความรู้... มาสู่กันและกัน...!)”
หลักคิดสำคัญอีกด้านหนึ่งของการ “หยั่งราก” ก็คือ... การรู้จักการปูพื้นฐานของการ “หยั่งราก”... ว่ามันไม่ใช่แค่การ “อยู่บนดิน”... แต่มันเป็นการตระหนักรู้ถึงว่า... ร่างกาย ความคิด และจิตวิญญาณของคนเรานั้น... สัมพันธ์กับธรรมชาติอย่างแนบแน่น... โดยต้อง “รับฟังเสียงกู่ร้องจากเส้นทางหมาป่า” อันหมายถึง... การสำรวจสัญชาตญาณอันดิบเถื่อน... และ “ความเป็นป่า” ที่ยังคงเหลืออยู่ในจิตใจและตัวตนของมนุษย์... พร้อมเรียนรู้ถึง... การฟังเสียงเรียกจากธรรมชาติ... การเรียนรู้จากสัญชาตญาณความดิบเถื่อนและความเป็นอิสระของสัตว์ป่า... ทั้งนี้เพื่อสะท้อนถึง “ภาวะภายในของความเป็นมนุษย์”
“...ฉันรู้สึกได้... ถึงสิ่งที่ฉันเรียกว่า ‘สภาพข้างใต้’ เพราะดินมีชีวิต... พ้นจากสายตาแลเห็น... มีรากไม้... ผู้ย่อยสลาย แบคทีเรีย โปรโตซัว ไส้เดือน ด้วง และแมลงปีกแข็ง ชอนไชอยู่... เกินกว่าจะนับ เกินกว่าจะรู้...! ชีวิตและความตายสัมผัสกัน... เพื่อสร้างซิมโฟนีแห่งเสียงและกิจกรรมที่เงียบงันที่สุด... นี่แหละคือ ‘พื้นดินศักดิ์สิทธิ์...!’...”
ในบทตอนต่อมา... คือการสะท้อนถึง... วิทยาศาสตร์กับจิตวิญญาณที่เกี่ยวเนื่องถึง “การเยียวยาจิตใจด้วยการใช้เวลาในธรรมชาติ”... เพื่อฟื้นฟูจิตใจแห่งสติปัญญาและลดความเร่งรีบในยุคสมัยใหม่... รวมทั้งการหยั่งรู้ถึงการบรรจบกันของเหตุและผลกับความลี้ลับ... โดยการนำการวิจัยแห่งโลกวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มาอธิบายความจริงที่บรรดากวีและนักบวชได้ตระหนักรู้มานานแล้วว่า “โลกของเรานี้... คือหนึ่งเดียว”
...“เราเป็นดั่งสัตว์ที่สะเทินน้ำสะเทินบก ท่องอยู่ที่ทางแพร่งอันโดดเด่น เป็นรากฐานของ ‘วิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ และจิตวิญญาณ’ ที่แห่งนี้มีความเข้าใจมากมายหลายด้าน... เกี่ยวกับการอิงอาศัยชีวิตแห่งชีวิต... ในโลกนี้...!”
ประเด็นสำคัญสุดท้าย... หนังสือเล่มนี้ได้แสดงให้ประจักษ์ถึง... “การลงมือทำเพื่อโลก” (A Call to Action)... อันหมายถึง “การอยู่อย่างมีความหมาย” เมื่อชีวิตต้องตกอยู่ใน “ภาวะวิกฤต”
ซึ่งก็เป็นแนวทางที่เปี่ยมไปด้วยพลังเพื่อที่จะปกป้องสิ่งแวดล้อมและเยียวยาโลก... ที่มาจากฐานรากของจิตใจ... เราเอง...!
“...ต้นไม้สามารถสื่อสารถึงกันและกันได้ ทั้งด้วยการเคลื่อนไหวของกิ่งก้าน... กระจายเคมีสื่อสารถึงพื้นดิน... และผ่านเครือข่ายรากที่เกี่ยวพันกัน ตลอดจนกลุ่มเส้นใยของเห็ดราใต้พื้นดิน...! สัตว์ทุกชนิด... มีจิตสำนึก สติปัญญา และภาษาที่ ‘แตกต่างซับซ้อน’... เกินกว่าความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของเราจะได้เคยรับรู้กันมาทั้งหมด...!”
“หยั่งราก”... ถือเป็นองค์ความรู้ต่อการพินิจพิเคราะห์ “โลกแห่งการมีชีวิตอยู่” ท่ามกลาง “แพร่งแห่งปัญญา”... ที่เป็นทั้ง วิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ และจิตวิทยา... เป็นมวลแห่งการตระหนักรู้... ที่สร้างคุณประโยชน์ต่อค่าความหมายของชีวิตในทุกๆ ลักษณะ... เป็นเหตุแห่งผลของ... วัฒนธรรมร่วมสมัย... ที่ก้าวย่างไปข้างหน้าอย่างมั่นคง... ด้วยภาวะแห่งสติเหนือข้อประจักษ์เห็น... ใดๆ!
ซึ่งยิ่งมีการ... ตีความ... นัยแห่งเรื่องราว ก็ยิ่งจะได้สัมผัสต่อผัสสะ... ของลีลาแห่งความรู้และความคิด... อันเป็นขบวนการที่ฝังจำ... ของบทบาทอันเติบกล้าและเป็นแสงฉายของ “มโนทัศน์”
...“การถ้อยทีถ้อยอาศัย (Reciprocity)... คือการตระหนักว่า โลกโอบอุ้มชีวิตมนุษย์ ให้ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค สุขภาพจิต และสุขภาพของวิญญาณ...! และ... ต่อคำกล่าวที่ว่า ‘ถ้าเดินป่าก็ต้องเลี้ยงยุง’... ก็นั่นเป็นสิ่งที่เราสมควรตอบแทนแก่ป่า ที่ได้บำรุงเลี้ยงจิตใจ มีความสำราญ มีความเพลิดเพลิน... ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้ถูกยุงกัด เราก็สามารถตอบแทนแก่ธรรมชาติที่โอบอุ้ม ด้วยฝีเท้าอันสงบเงียบ การศึกษา การเอาใจใส่ การขอบคุณ การปกป้อง การภาวนา รวมถึงการเขียน... รวมทั้งการอ่านที่ทำให้เราตระหนักถึงการถ้อยทีถ้อยอาศัย... ในขบวนการดังกล่าวนี้...!”
หนังสือเล่มนี้... ไม่เกี่ยวกับศาสนา แต่ความสัมพันธ์กับธรรมชาติของผู้เขียน “ลีอันดา ลินน์ โฮปต์” มีรากฐานมาจากตอนที่เป็นเด็ก โดยตระหนักว่า... เธอเป็นคนส่วนน้อย เมื่อบอกว่าเธอสุขใจที่เติบโตมาในฐานะชาวคาทอลิก...
ผู้คนพูดถึง “คาทอลิกกลับใจ” และ “สำนึกผิดบาปของคาทอลิก” ซึ่งก็มีเหตุผลอยู่...!
“ตอนเป็นเด็ก... ฉันไม่รู้เรื่องการเมืองของศาสนา หรือคนจะเป็นพระได้ต้องเป็นเพียงผู้ชายเท่านั้น... หรือข่าวลืออื้อฉาวในเวลาต่อมาเกี่ยวกับการละเมิดทางเพศ หรือเสรีภาพในการให้กำเนิดชีวิต... หรือความเสมอภาคในการแต่งงาน ทั้งที่โบสถ์และที่บ้านฉันไม่เน้นในเรื่องสำนึกผิดบาป
...ฉันรู้แต่ว่าจิตใจที่กำลังพัฒนาของฉัน ตอบสนองต่อ ‘สนามเด็กเล่นแห่งจินตนาการ’... ที่ทั้งเร้นลับและอิสระปราดเปรียว” “อาจารย์สดใส ขันติวรพงศ์” ถอดความและแปลหนังสือเล่มนี้ออกมาอย่างงดงามและเข้าใจสื่อสารถึง “ภาษาแห่งใจ”... ในการรับรู้ความรู้สึก... ต่อโลกของจิตวิญญาณแห่งการหยั่งเห็นอันงดงาม ลึกซึ้ง และบริสุทธิ์...
“ตอนฉันอยู่ประถมสี่ แม่ใส่ไดอารี่ เรื่องราวของวิญญาณ โดยนักบุญเตแรซแห่งลิซิเออร์ ไว้ในตะกร้าของขวัญอีสเตอร์ ร่วมกับขนมกระต่ายมาร์ชเมลโลว์... แม่กำลังคิดอะไรอยู่นะ... ฉันดื่มด่ำถ้อยคำของสาวน้อยผู้ปีติ มีศรัทธาแรงกล้า และ ‘เป็นโรคประสาท’... ผู้เห็นสิ่งทิพย์ในวิธีที่แม่ไก่เอาใจใส่... ดูแลลูกน้อย...
จากนั้น... ฉันก็กระตือรือร้นศึกษาเรื่องราวของผู้ที่หลงใหลในธรรมชาติ และเข้าใจการอิงอาศัยอันงดงามของสรรพชีวิตอย่างลึกซึ้ง...
‘จูเลียนแห่งนอร์ริช’... ‘ฮิลเดการ์ดแห่งบิงเงิน’... ‘ฟรานซิสแห่งอัสซิซี’
ท่านเหล่านี้ต่างถอดรองเท้าเดินเท้าเปล่าตามรอยหมี... เรียกดวงจันทร์เป็นพี่สาว พูดคุยกับนกกระจอก บดตำแยป่าทำขี้ผึ้งรักษาแผล ค้อมคำนับต้นไม้ ยกขนมปังในเตาดินเผา และพูดถึงสิ่งเหล่านี้ว่า ‘ศักดิ์สิทธิ์’...
ฉันเรียนรู้จากท่านว่า... มนุษย์สามารถสนทนากับโลกและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้หลายวิธี ด้วยจินตนาการอันกว้างไกลไม่ธรรมดา... วิธีใดก็ได้ตามแต่ที่เราต้องการ...!”
หนังสือเล่มหนึ่ง... อาจสร้างหัวใจแห่งการเรียนรู้อันยิ่งใหญ่ลึกล้ำ... ดิ่งลึกและหยั่งลึกลงไปสู่... รากฐานแห่งจิตวิญญาณอันตื่นตระการและยาวนาน...!
การตระหนักใน “รากเหง้า” ที่หยั่งลึกของชีวิต... คือ “วิถีธรรมแห่งการหยั่งราก” อันสมบูรณ์ ที่ตั้งอยู่เหนือ... “สรรพอคติ” ที่ทำลายล้างเจตจำนงแห่งความเป็น “ชีวิตแห่งชีวิต” ที่ยากจะควบคุม...!
“...มือของเราดูดซึมดั่งรากไม้... ข้าจึงวางมือไว้... ที่สิ่งงดงามในโลก...”








