เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2569 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ออกข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 122 ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการนำแบตเตอรี่ลิเทียมขึ้นอากาศยาน เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการขนส่งทางอากาศ และให้สอดคล้องกับข้อกำหนดการขนส่งวัตถุอันตรายทางอากาศอย่างปลอดภัยขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ
สาระสำคัญของข้อกำหนดฉบับดังกล่าว มุ่งเน้นการกำหนดแนวทางการนำแบตเตอรี่ลิเทียมสำรอง หรือพาวเวอร์แบงก์ ขึ้นเครื่องบินอย่างปลอดภัย เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ผู้โดยสารนิยมพกพาเพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานสำรองสำหรับโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาชนิดต่าง ๆ
ภายใต้ข้อกำหนดฉบับใหม่ ผู้โดยสารสามารถนำพาวเวอร์แบงก์ขึ้นเครื่องบินได้เฉพาะในรูปแบบสัมภาระถือขึ้นเครื่องเท่านั้น โดยห้ามโหลดไว้ในสัมภาระใต้ท้องเครื่องโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ พาวเวอร์แบงก์ที่นำขึ้นเครื่องต้องมีค่าพลังงานไฟฟ้าไม่เกิน 100 วัตต์-ชั่วโมง หรือประมาณ 20,000 มิลลิแอมป์ชั่วโมง ส่วนอุปกรณ์ที่มีค่าพลังงานเกิน 100 วัตต์-ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 160 วัตต์-ชั่วโมง จะต้องได้รับอนุญาตจากสายการบินก่อนการเดินทาง ทั้งนี้ ผู้โดยสารหนึ่งคนสามารถพกพาพาวเวอร์แบงก์ได้ไม่เกิน 2 ก้อน
ข้อกำหนดยังระบุอย่างชัดเจนว่า ห้ามชาร์จพาวเวอร์แบงก์จากแหล่งพลังงานใด ๆ บนอากาศยาน และห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์ชาร์จโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นระหว่างเที่ยวบิน รวมถึงห้ามเก็บพาวเวอร์แบงก์ไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ โดยให้จัดเก็บไว้ในบริเวณที่สามารถหยิบใช้หรือเข้าถึงได้สะดวก เช่น กระเป๋าหน้าที่นั่ง พื้นที่ใต้ที่นั่งด้านหน้า หรือพกติดตัว เพื่อให้สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดความผิดปกติ เช่น ความร้อนสูง ควัน หรือการลุกไหม้
พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันแบตเตอรี่ลิเทียมและพาวเวอร์แบงก์เป็นอุปกรณ์ที่ผู้โดยสารพกพาในการเดินทางทางอากาศอย่างแพร่หลาย แต่หากอุปกรณ์ได้รับความเสียหาย ถูกกระแทก หรือมีการใช้งานที่ไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดความร้อนสูง ควัน หรือเพลิงไหม้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการบินโดยตรง
ดังนั้น การกำหนดมาตรการและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันความเสี่ยงเชิงรุก และยกระดับความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้โดยสาร ลูกเรือ และการปฏิบัติการบินโดยรวม
พล.อ.อ.มนัท กล่าวว่า ข้อกำหนดดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อสร้างข้อจำกัดแก่ผู้โดยสาร แต่เป็นการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยให้สอดคล้องกับแนวทางสากลขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ รวมถึงแนวปฏิบัติที่หลายประเทศทั่วโลกนำมาใช้ร่วมกัน เพื่อให้การเดินทางทางอากาศของไทยมีความปลอดภัยสูงสุด
นอกจากนี้ ข้อกำหนดฉบับใหม่ยังห้ามนำพาวเวอร์แบงก์ที่ไม่ระบุค่าพลังงานไฟฟ้า หรือไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ขึ้นอากาศยาน รวมทั้งกำหนดให้ผู้โดยสารต้องมีมาตรการป้องกันการลัดวงจร เช่น การจัดเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิม หรือเก็บแยกในถุงป้องกันเฉพาะ เพื่อป้องกันการสัมผัสกับวัสดุโลหะหรือแบตเตอรี่อื่นระหว่างการเดินทาง
กพท. ขอความร่วมมือผู้โดยสารตรวจสอบข้อกำหนดเกี่ยวกับแบตเตอรี่ลิเทียมและพาวเวอร์แบงก์ก่อนการเดินทางทุกครั้ง และปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยของสายการบินอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ลูกเรือ และระบบการบินโดยรวม
ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกเคยเผชิญหลายเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพาวเวอร์แบงก์และแบตเตอรี่ลิเทียมบนอากาศยาน ตัวอย่างเช่น เหตุการณ์เมื่อต้นปี 2568 ของสายการบินแอร์ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเตรียมออกเดินทางไปยังฮ่องกง แต่เกิดเพลิงไหม้ภายในห้องโดยสาร โดยผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า พาวเวอร์แบงก์ที่ถูกจัดเก็บไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะอาจเป็นสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ต้องอพยพผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดออกจากเครื่องบิน และอากาศยานได้รับความเสียหายอย่างหนัก
นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์ของสายการบินอินดิโก ประเทศอินเดีย ที่เกิดเหตุพาวเวอร์แบงก์ลุกไหม้ภายในห้องโดยสารหลังจากเครื่องบินลงจอดที่เมืองจัณฑีครห์ ส่งผลให้ต้องอพยพผู้โดยสารเป็นการฉุกเฉิน และระงับการปฏิบัติการบินเพื่อดำเนินการตรวจสอบด้านความปลอดภัย
สำหรับประเทศไทยเอง ก็เคยเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันหลายครั้ง โดยหนึ่งในกรณีสำคัญคือ เที่ยวบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เส้นทางเกาะสมุย-ฮ่องกง ซึ่งเกิดเหตุพาวเวอร์แบงก์ของผู้โดยสารมีความร้อนสูงจนเกิดควันและเพลิงไหม้ระหว่างทำการบิน ส่งผลให้พื้นห้องโดยสารได้รับความเสียหายบางส่วน นักบินจึงตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางและนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินที่กรุงเทพมหานคร เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือ โดยลูกเรือสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นบนเที่ยวบินดอนเมือง-นครศรีธรรมราช ของสายการบินไทยแอร์เอเชีย ซึ่งลูกเรือสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์และระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที
ขณะเดียวกัน หลายประเทศทั่วโลกยังคงพบเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บางเที่ยวบินต้องเปลี่ยนเส้นทาง ลงจอดฉุกเฉิน หรือหยุดการปฏิบัติการบินชั่วคราว สะท้อนให้เห็นว่าความเสี่ยงจากแบตเตอรี่ลิเทียมเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อความปลอดภัยด้านการบินอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ และหน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินของหลายประเทศ เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการนำแบตเตอรี่ลิเทียมขึ้นอากาศยานอย่างต่อเนื่อง
#พาวเวอร์แบงก์ #PowerBankขึ้นเครื่อง #กพท #สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย #ขึ้นเครื่องบิน #ข้อกำหนดใหม่ #แบตเตอรี่ลิเทียม #สายการบิน #ความปลอดภัยการบิน #ผู้โดยสาร #ข่าววันนี้ #ข่าวล่าสุด #เดินทางด้วยเครื่องบิน #สนามบิน #ICAO #PowerBank #CAAT #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวสังคม #ข่าวประเทศไทย








