Copper Beyond Buffet ปรับทัพใหญ่ฉลอง 10 ปี ชูแนวคิด "The New Original" เปิดตัวคอนเซ็ปต์ใหม่เพิ่ม 10 เมนูพิเศษและ D.I.Y. Station ปรับราคาบุฟเฟต์ใหม่ พร้อมขยายบริการไปไกลกว่าร้านบุฟเฟต์
คอปเปอร์ บียอนด์ บุฟเฟต์ (Copper Beyond Buffet) ฉลองครบรอบ 10 ปี เดินหน้าสู่ปีที่ 11 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The New Original–ทศวรรษใหม่ที่ไร้ขีดจำกัด” เปิดเกมรุกตลาดรอบด้าน ทั้งการปรับคอนเซ็ปต์ใหม่ เพิ่ม 10 เมนูพิเศษ และ D.I.Y. Station พร้อมปรับราคาบุฟเฟต์ที่สาขา The Sense ปิ่นเกล้าให้เข้าถึงง่ายขึ้น เริ่มต้น 999++ บาท ลุย Party Pack ใหม่ ขยายฐานลูกค้าใหม่ พร้อมเพิ่มความถี่ให้ฐานแฟนเดิมมาใช้บริการได้บ่อยขึ้น ในราคาสบายกระเป๋า เริ่มต้นหลักร้อย อีกทั้งยังแตกไลน์ธุรกิจสู่บริการ Catering และบริการจัดเลี้ยงครบวงจร เพื่อเข้าไปอยู่ในทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค
นางสาวพจนีย์ พินิจศักดิ์กุล ประธานกรรมการบริหารคอปเปอร์ บียอนด์ บุฟเฟต์ กล่าวว่า เพื่อฉลองการก้าวสู่ทศวรรษใหม่ Copper Beyond Buffet ได้เตรียมของขวัญมากมาย เพื่อลูกค้าคนสำคัญ เริ่มจากการวางบทบาทสาขา The Sense ปิ่นเกล้า ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อเป็นเดสทิเนชันที่ตอบโจทย์กลุ่มครอบครัว จึงมีการปรับคอนเซ็ปต์ใหม่ภายในธีม ‘The New Original’ ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ที่คุ้นเคยในราคาที่คุ้มค่ามากกว่าเดิม
“การปรับโฉมร้านใหม่ในครั้งนี้ เราตั้งใจมอบเป็นของขวัญพิเศษเพื่อตอบแทนลูกค้าที่ให้การตอบรับเราเป็นอย่างดีมาตลอด 10 ปีเต็ม เรามีการปรับเมนูใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้ามากยิ่งขึ้น พร้อมกับครีเอตอีก 10 เมนูเพิ่มเติมในธีม ‘Asian Twist’ ซึ่งเป็นสไตล์ที่คอปเปอร์ไม่เคยทำมาก่อน โดยนำวัตถุดิบพรีเมียมนานาชาติมารังสรรค์ในสไตล์ยูโรเปียนและเอเชียนฟิวชัน เช่น อูด้งหมาล่าเนื้อสันคอวากิว หอยเป๋าฮื้อหมี่คลุกและน้ำพริกกุ้งคริลล์ หรือหอยเชลล์ลิงกวินีซอสครีมอูนิ เราอยากให้ลูกค้าได้ลิ้มลองรสชาติที่แปลกใหม่ที่ไม่เคยได้สัมผัสที่ไหนมาก่อน”
นอกจากนี้คอปเปอร์ยังเพิ่มสเตชันใหม่ D.I.Y. Salad Bar ที่มีตัวเลือกกว่า 20 รายการ และ Ice Cream Topping Station เพื่อสร้างประสบการณ์ความสนุก ให้ลูกค้าได้ออกแบบความอร่อยได้ด้วยตัวเอง
จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ณ ปัจจุบัน ราคาต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่งต่างๆ สูงขึ้นมากเป็นเท่าตัว แต่เรายังคงมุ่งมั่นที่จะส่งมอบมื้อที่คุ้มค่าและพิเศษที่สุดให้ลูกค้าเช่นเดิม จึงขอสวนกระแสเศรษฐกิจด้วยการปรับราคาแพ็กเกจที่สาขา The Sense ปิ่นเกล้า ซึ่งเป็นสาขาแรกของเรา ให้มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 999++ บาท (1,176 บาทสุทธิ) เพื่อส่งมอบความคุ้มค่าและเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงประสบการณ์อาหารระดับพรีเมียมได้ในหลากหลายโอกาส ขณะที่สาขาเกษรอัมรินทร์ยังคงราคาเดิมไว้
แม้ว่าจะมีการปรับคอนเซ็ปต์ ปรับเมนูและราคาใหม่ แต่คอปเปอร์ก็ยังคงยืนยันที่จะรักษามาตรฐานด้านรสชาติและคงเมนูซิกเนเจอร์ยอดนิยมเอาไว้เช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็น เมนูซุปเห็ดทรัฟเฟิลและครัวซองต์ฝรั่งเศส ก๋วยเตี๋ยวเรือ สเต๊กเนื้อออสเตรเลียนวากิว ซูชิเนื้อวากิว ฉะนั้นลูกค้ามั่นใจได้เลยว่า จะได้รับประทานเมนูยอดนิยมเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเมนูใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์ยิ่งกว่า
นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มแพ็กเกจพรีเมียมใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าสัมผัสมื้อพิเศษได้บ่อยขึ้น โดยเริ่มต้นในราคา 1,599 บาท net จากเดิมที่ต้องจ่ายราคา 1,999 บาทขึ้นไป ซึ่งภายใต้แพ็กเกจพรีเมียมนี้ลูกค้าสามารถเลือกอิ่มอร่อยกับเมนูระดับท็อปอย่าง ฟัวกราส์ คาเวียร์ หรือเนื้อออสเตรเลียนวากิวโทมาฮอว์ก MB9+ ควบคู่ไปกับการรับประทานไลน์บุฟเฟต์มาตรฐานอีกกว่าร้อยเมนูได้แบบไม่อั้น
ในโอกาสพิเศษนี้ Copper Beyond Buffet ยังคอลแล็บกับเซเลบริตี้เชฟเป็นครั้งแรก โดยจับมือกับ “เชฟปิง สุรกิจ เข็มแก้ว” มาร่วมรังสรรค์เมนูพิเศษเพื่อยกระดับวัตถุดิบยอดนิยมอย่างล็อบสเตอร์จากแบรนด์ Qfresh ให้มีมิติที่น่าสนใจยิ่งขึ้น กับเมนู “ข้าวขยำล็อบสเตอร์ By เชฟปิง” ที่ผสานรสชาติพรีเมียมเข้ากับกลิ่นอายสมุนไพรไทยได้อย่างลงตัว
ทลายกำแพงราคา ฟินได้บ่อย ไม่ต้องรอโอกาสพิเศษ
นอกจาก การปรับราคา สวนกระแสเศรษฐกิจแล้ว ผู้บริหารคอปเปอร์ บียอนด์ บุฟเฟต์ กล่าวว่า อีกหนึ่งไฮไลต์ของการฉลอง 10 ปี คือ การสร้างภาพจำใหม่ว่า มา Copper Beyond Buffet ไม่ต้องรับประทานบุฟเฟต์ก็อิ่มและอร่อยกับเมนูระดับตำนานได้ ด้วยการจับมือกับ Hungry Hub พันธมิตรแพลตฟอร์มจองร้านอาหาร เปิดตัว “Party Pack” ซึ่งประกอบด้วย 3 ระดับราคา ได้แก่ Value Course ราคา 399 บาท, Signature Course ราคา 659 บาท และ Grand Course ราคา 899 บาท โดยลูกค้าสามารถเลือกเมนูพรีเมียม ของว่าง จานหลัก ตลอดจนของหวานและเครื่องดื่ม เพื่อออกแบบมื้ออาหารได้เองตามเงื่อนไขของแต่ละแพ็กเกจ อีกทั้งยังสามารถสั่งเมนู Add-on เพิ่มเติมได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 89 บาท
“เราเชื่อว่า กลยุทธ์นี้ จะช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ให้ออกจากกรอบเดิมของธุรกิจบุฟเฟต์ ด้วยรูปแบบของแพ็กเกจเซตเมนูและราคาที่ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้น ตอบโจทย์ทั้งลูกค้าที่มาคนเดียว กลุ่มที่มีเวลาจำกัด หรือกลุ่มที่ต้องการควบคุมงบประมาณ ให้สามารถใช้บริการในโอกาสที่หลากหลายขึ้น ตั้งแต่มื้อเร่งด่วนไปจนถึงมื้อพิเศษ โดยไม่ต้องยึดติดกับการจ่ายค่าบุฟเฟต์ระดับพันบาทเสมอไป โดยที่ Copper Beyond Buffet เลือกที่จะไม่ลดมาตรฐานความพรีเมียมลง แต่ใช้วิธีแตกไลน์ราคาให้ยืดหยุ่นกว่าเดิม”
ก้าวข้ามขีดจำกัดบุฟเฟต์ ปั้นโมเดลธุรกิจใหม่ เพิ่มโอกาสโตนอกหน้าร้าน
ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและกำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัว ผู้บริหารคอปเปอร์ บียอนด์ บุฟเฟต์ ย้ำว่ากลยุทธ์สำคัญในปีนี้ คือ การ Maximize Resource หรือการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในด้านวัตถุดิบ การจัดการครัว และกำลังคน
“ด้วยกลยุทธ์นี้เอง ทำให้ Copper Beyond Buffet สามารถสวนกระแสเศรษฐกิจ ปรับราคาใหม่ ให้ลูกค้าเข้าถึงความคุ้มค่าได้ง่ายกว่าเดิม โดยไม่จำเป็นต้องลดคุณภาพ แต่อาศัยการบริหารจัดการภายในที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งการเพิ่มศักยภาพการทำงานของทีมงานและการออกแบบบริการใหม่ที่ช่วยขยายขีดความสามารถในการรองรับลูกค้าให้ครอบคลุมกว่าเดิม”
นอกเหนือจากรายได้หลัก ปีนี้ Copper Beyond Buffet ยังเดินหน้าขยายบริการใหม่ที่ต่อยอดจากจุดแข็งเดิมภายใต้ชื่อ “Copper Finest Service” เพื่อยกระดับสู่การเป็นผู้เล่นในตลาดอาหารพรีเมียมในโอกาสพิเศษอย่างเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็น Copper Finest Party บริการรับจัดเลี้ยงภายในร้านรองรับทุกรูปแบบ ทั้งงานสัมมนา งานเลี้ยงส่วนตัว ไปจนถึงงานแต่งงาน โดยเฉพาะสาขา The Sense ปิ่นเกล้า ที่มีศักยภาพรองรับลูกค้าได้สูงสุดถึง 400 ที่นั่ง รวมถึง Copper Finest Catering บริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ที่ยกเมนูระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็นซุปเห็ดทรัฟเฟิล และครัวซองต์ฝรั่งเศส หรือ ก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อวากิว/หมู S-Pure สูตรต้นตำรับ ไปเสิร์ฟถึงหน้างาน โดยมีแพ็กเกจราคาที่ยืดหยุ่นเริ่มต้นตั้งแต่ 16,000++ บาทขึ้นไป
“จะเห็นว่า เรากำลังก้าวสู่ทศวรรษใหม่ที่ไร้ขีดจำกัด ด้วยโมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่นและเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น โจทย์สำคัญของเรา คือการทำให้ Copper Beyond Buffet เป็นแบรนด์ที่ลูกค้านึกถึงทุกครั้งเมื่อต้องการมื้ออาหารที่มีทั้งคุณภาพ ความคุ้มค่า และประสบการณ์ที่ดีที่สุด” นางสาวพจนีย์ กล่าวทิ้งท้าย







